โรคเริม เกิดจากไวรัส Herpes simplex หรือ HSV เป็นการติดเชื้อที่พบได้บ่อย หลายคนไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย เชื้ออาจอยู่ในร่างกายและกลับมาทำให้เกิดตุ่มหรือแผลเป็นครั้งคราวได้

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด แบ่ง หรือปรับยาต้านไวรัส ยาทา หรือยาแก้ปวดเองโดยไม่ตรวจความเหมาะสม

โรคเริมมีสองชนิดต่างกันอย่างไร

  • HSV-1 มักทำให้เกิดเริมรอบปาก แต่สามารถทำให้เกิดเริมที่อวัยวะเพศได้จากการสัมผัสทางปาก
  • HSV-2 มักติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเป็นสาเหตุสำคัญของเริมที่อวัยวะเพศ

ชนิดของเชื้อไม่ได้บอกว่าใคร “สะอาด” หรือ “ไม่สะอาด” และไม่สามารถใช้ชี้ว่าได้รับเชื้อจากใครหรือเมื่อไรได้เสมอไป เพราะเชื้ออาจอยู่โดยไม่มีอาการเป็นเวลานาน

โรคเริมติดต่อเมื่อไร

เริมแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนัง เยื่อบุ น้ำลาย หรือบริเวณที่มีเชื้อ ขึ้นกับตำแหน่งและชนิดของ HSV โอกาสแพร่เชื้อมักสูงเมื่อมีตุ่ม แผล หรืออาการนำ เช่น ยิบ ๆ แสบ หรือคัน แต่เชื้ออาจแพร่ได้แม้ไม่มีอาการให้เห็น

  • เริมที่ปากแพร่ผ่านการจูบ ออรัลเซ็กซ์ หรือของที่เพิ่งสัมผัสน้ำลายในบางสถานการณ์
  • เริมที่อวัยวะเพศแพร่ผ่านการสัมผัสระหว่างเพศสัมพันธ์หรือผิวหนังใกล้ชิด
  • ไม่ใช่โรคที่แพร่จากการใช้ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ หรือการกินข้าวร่วมกันตามปกติ
Quicky

ทำไมโรคเริมกลับเป็นซ้ำ

หลังติดเชื้อ ไวรัสจะพักอยู่ในเซลล์ประสาทและอาจกลับมาทำให้มีอาการอีก บางคนสังเกตว่าเกิดช่วงป่วย มีไข้ เครียด พักผ่อนน้อย มีประจำเดือน ถูกแดด หรือมีการเสียดสี แต่ตัวกระตุ้นไม่เหมือนกัน และบางครั้งหาเหตุไม่ได้

การกลับเป็นซ้ำไม่ได้แปลว่าสุขภาพแย่ลงเสมอไป และไม่ได้หมายความว่าได้รับเชื้อใหม่ทุกครั้ง หลายคนพบว่ารอบหลังสั้นและอาการเบากว่าครั้งแรก

สังเกตอาการนำอย่างไร

ก่อนมีตุ่มหรือแผล บางคนรู้สึกยิบ ๆ คัน แสบ ปวด หรือไวต่อการสัมผัสบริเวณเดิม หากเคยได้รับการวินิจฉัยและมีแผนยาจากผู้ให้บริการ ให้ทำตามแผนนั้น ไม่ควรคัดลอกวิธีใช้จากคนอื่น

หากเป็นครั้งแรก อาการเปลี่ยนจากเดิม แผลไม่หาย หรือไม่แน่ใจว่าใช่เริมหรือไม่ ควรไปตรวจ เพราะโรคผิวหนังและ STI หลายชนิดมีลักษณะคล้ายกัน

โรคเริมหายขาดไหม และรักษาอย่างไร

ปัจจุบันยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อ HSV ออกจากร่างกาย ยาต้านไวรัสช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการ และอาจใช้ลดการกลับเป็นซ้ำหรือโอกาสแพร่เชื้อในคนบางกลุ่ม

การเลือกแผนขึ้นกับตำแหน่งอาการ ครั้งแรกหรือเป็นซ้ำ ความถี่ ความรุนแรง สุขภาพไต ยาอื่น การตั้งครรภ์ และภูมิคุ้มกัน จึงควรให้ผู้ให้บริการเลือก ไม่ควรใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อนหรือยาของคนอื่นเอง

Quicky

ลดโอกาสแพร่เชื้อได้อย่างไร

  • หลีกเลี่ยงการจูบ ออรัลเซ็กซ์ หรือกิจกรรมที่สัมผัสบริเวณมีตุ่ม แผล หรืออาการนำ
  • ล้างมือหลังทายาหรือสัมผัสแผล และหลีกเลี่ยงการจับตา
  • ใช้ถุงยางหรือแผ่นยางอนามัยเมื่อเหมาะสม โดยเข้าใจว่าลดความเสี่ยงแต่ป้องกันไม่ทั้งหมด
  • ไม่ใช้ลิปบาล์ม แปรงสีฟัน หรือของที่เพิ่งสัมผัสแผลหรือน้ำลายร่วมกันเมื่อมีอาการที่ปาก
  • พูดคุยกับคู่เรื่องอาการและทางเลือกลดความเสี่ยงโดยไม่กล่าวโทษ

ใครควรพบแพทย์โดยเร็ว

ควรไปพบแพทย์เร็วหากเป็นอาการครั้งแรก ปวดมาก ปัสสาวะไม่ได้ แผลลุกลาม มีภูมิคุ้มกันต่ำ ตั้งครรภ์และสงสัยเริม หรือมีอาการทางตา สมอง หรือระบบประสาท เช่น ปวดตา มองเห็นเปลี่ยน ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง สับสน หรืออ่อนแรง

เด็กแรกเกิดที่มีไข้ ซึม กินนมน้อย ตุ่มน้ำ หรืออาการผิดปกติหลังสัมผัสผู้มีเริม ควรได้รับการประเมินทันที เพราะเริมในทารกอาจรุนแรง

หากอาการอยู่ที่อวัยวะเพศ อ่านต่อได้ที่ เริมที่อวัยวะเพศ ตรวจและดูแลอย่างไร และดูเรื่องการตรวจร่วมได้ที่ การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเริม

เป็นเริมเพราะร่างกายสกปรกใช่ไหม

ไม่ใช่ เริมเป็นไวรัสที่พบได้บ่อยและติดต่อผ่านการสัมผัส การมีเชื้อไม่ได้สะท้อนความสะอาด คุณค่า หรือพฤติกรรมของบุคคล

เริมที่ปากทำให้เกิดเริมที่อวัยวะเพศได้ไหม

ได้ HSV-1 จากบริเวณปากสามารถแพร่สู่อวัยวะเพศระหว่างออรัลเซ็กซ์ โดยเฉพาะช่วงที่มีแผลหรืออาการนำ

ไม่มีแผลยังแพร่เชื้อได้ไหม

ได้ในบางช่วง แม้ไม่มีอาการ โอกาสมักสูงกว่าเมื่อมีตุ่ม แผล หรืออาการนำ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสช่วงมีอาการช่วยลดความเสี่ยงได้

ควรกินยาทุกวันหรือเฉพาะเวลามีอาการ

ขึ้นกับความถี่ ความรุนแรง ตำแหน่ง สุขภาพ และเป้าหมายของแต่ละคน ควรคุยกับผู้ให้บริการ ไม่ควรเลือกแผนหรือขนาดยาเอง

Quicky

สรุปเรื่องโรคเริม

เริมเป็นไวรัสที่พบได้บ่อย ควบคุมอาการได้แต่ยังไม่หายขาด เชื้ออาจแพร่แม้ไม่มีแผลและกลับเป็นซ้ำได้ หากเป็นครั้งแรก อาการรุนแรง ตั้งครรภ์ หรือมีอาการทางตาและระบบประสาท ควรพบแพทย์เร็ว และไม่ควรซื้อหรือปรับยาด้วยตนเอง

แหล่งอ้างอิง