แบบประเมินก่อนพบหมอทางไกล คือชุดคำถามที่ผู้มีเชื้อเอชไอวีตอบผ่านแอปของโรงพยาบาลก่อนเข้าคุยกับแพทย์ ตัวอย่างในคู่มือการจัดบริการสุขภาพทางไกลด้านเอชไอวีของกรมควบคุมโรค ฉบับปี 2566 ถามเรื่อง เช่น วัณโรค การกินยา สุขภาพจิต อาชีพ และสิทธิการรักษา ส่วนเรื่องใครเห็นคำตอบ คู่มือเดียวกันให้พยาบาลและแพทย์เป็นผู้ประเมินคำตอบ และเขียนว่าข้อมูลอาจถูกเปิดเผยแก่คนนอกบริการทางไกลได้ เช่น เมื่อส่งต่อการรักษา แบบฟอร์มจริงของแต่ละโรงพยาบาลอาจต่างจากตัวอย่าง

แบบประเมินก่อนพบหมอทางไกล อยู่ตรงไหนของนัด

ตัวอย่างแนวทางการติดตามในคู่มือ เรียงขั้นของนัดทางไกลไว้ดังนี้

  • แพทย์และพยาบาลแจ้งนัดแบบทางไกล ผู้รับบริการแอดไลน์หรือแอปของโรงพยาบาลแล้วลงทะเบียน
  • ถึงเวลานัด ผู้รับบริการเข้าระบบ ทำแบบประเมินตนเองก่อนพบแพทย์ และพยาบาลซักประวัติเพิ่มเติม
  • คุยกับแพทย์ หรือบุคลากรอื่น เช่น เภสัชกรหรือพยาบาล ทางแชตหรือวิดีโอคอล แพทย์ดูประวัติสุขภาพและผลเลือดในโปรแกรม เขียนใบสั่งยา และนัดครั้งถัดไป
  • ผู้รับบริการชำระค่ายาตามสิทธิและค่าจัดส่งทางไปรษณีย์ตามระบบของโรงพยาบาล แล้วรอรับยา

บทบาทของทีมในคู่มือเขียนว่าพยาบาลประเมินอาการตามที่ผู้รับบริการประเมินตนเองมาก่อนพบแพทย์ และแพทย์ประเมินผลการคัดกรองตนเองนั้นด้วย

คำถามในตัวอย่างของคู่มือมีเรื่องอะไรบ้าง

รายการของแบบประเมินตนเองในตัวอย่างมีเก้าข้อ ดังนี้

  • คำถามคัดกรองวัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการกินยา
  • วินัยในการกินยา และระดับไวรัสในเลือด
  • แบบสอบถาม 2Q (แบบประเมินของกรมสุขภาพจิตกรณีซึมเศร้า) และการประเมินสุขภาพจิตของผู้ดูแลหรือครอบครัว
  • ความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการวางแผนมีบุตร
  • การรับวัคซีน
  • วิถีชีวิต ได้แก่ การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การกินอาหาร การใช้สารเสพติด และการออกกำลังกาย
  • อาชีพ
  • สิทธิการรักษา
  • ความพร้อมก่อนเริ่มยาในการกินยาระยะยาว
Quicky

ทำไมถามเรื่องงาน คู่ เหล้า หรือสุขภาพใจ

แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ให้ประเมินเรื่องเหล่านี้ระหว่างติดตามการดูแลรักษา และเขียนเหตุผลไว้ดังนี้

  • อาชีพ เพื่อเลือกสูตรยาที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดอาการข้างเคียง เช่น คนที่ต้องอยู่เวรกลางคืนหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
  • การบอกผลเลือดกับคู่หรือลูก เพื่อพิจารณาเริ่มยาต้านเร็วเมื่อคู่มีผลเลือดต่างกัน ป้องกันการถ่ายทอดเชื้อสู่คู่ และพิจารณาตรวจเลือดคู่หรือลูกที่ยังไม่ทราบสถานะ
  • วิถีชีวิต ถ้าพบปัญหา ให้แนะนำการปรึกษาและส่งต่อเพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม
  • สุขภาพจิต ให้ประเมินด้านจิตใจทุกรายในครั้งแรกที่มารับบริการ และคัดกรองทุกครั้งเมื่อสงสัย โดยแนวทางเขียนว่าผู้มีเชื้อเอชไอวีมักมีปัญหาซึมเศร้า

แพทย์เป็นผู้เลือกยาจากข้อมูลเหล่านี้ อย่าเปลี่ยนหรือหยุดยาเอง ส่วนเอกสารขององค์การอนามัยโลกกับ UNAIDS ปี 2565 ยกการคัดกรองเป็นประจำ ทั้งภาวะสุขภาพจิตและภาวะจากการใช้สาร ในคนที่เริ่มยาต้าน ไว้เป็นแนวปฏิบัติที่ดีตามมาตรฐานของแต่ละประเทศ

ภาพประกอบ: แบบประเมินก่อนพบหมอทางไกล ถามอะไร ใครเห็นคำตอบ (2/3)

ใครเข้าถึงข้อมูลได้บ้าง ตามที่คู่มือเขียนไว้

ตัวอย่างหนังสือยินยอมเข้าร่วมบริการสุขภาพทางไกลในคู่มือ มีข้อความเรื่องข้อมูลของผู้รับบริการ เช่น

  • ยินยอมให้บุคลากรทางการแพทย์ของคลินิกเข้าถึงและใช้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเจ็บป่วยตามความจำเป็นและความเหมาะสม โดยไม่ต้องขออนุญาตอีก ตลอดช่วงที่ลงนามยินยอม
  • อนุญาตให้ทีมของคลินิกติดต่อเพื่อนัดหมายทางโทรศัพท์ ข้อความ ไลน์ และแอปที่ติดตั้งไว้
  • มีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ และการถอนจะไม่มีผลต่อการรับบริการและการรักษาที่สมควรได้รับ

คู่มือเขียนว่าการให้บริการทางไกลต้องลงบันทึกในระบบเวชระเบียน ผู้ให้บริการควรระบุชัดว่าข้อมูลที่พูดคุยเป็นความลับ และชี้แจงว่ามีการบันทึกการสนทนาหรือไม่ และเขียนว่าระบบเก็บข้อมูลอาจบกพร่องจนกระทบความลับได้ แต่มีโอกาสน้อยหากโรงพยาบาลมีระบบป้องกันตามมาตรฐาน เรื่องการขอดูประวัติการรักษาของตัวเอง อ่านต่อได้ที่ ขอประวัติการรักษาเอชไอวีของตัวเองได้ไหม

ส่วนเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลของคู่มือเขียนว่า นอกจากทีมบริการทางไกล ข้อมูลอาจถูกเปิดเผยแก่คนอื่นได้ เช่น ผู้ประกอบวิชาชีพที่สถานพยาบาลอื่นเมื่อส่งต่อการรักษา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างสถาบันที่ขอคำปรึกษา และข้อมูลสุขภาพบางประการแก่ครอบครัว ญาติ หรือเพื่อนที่เกี่ยวข้องในการดูแล เพื่อประโยชน์ของผู้รับบริการ โดยทำในกรอบที่กฎหมายกำหนด เช่น ขอความยินยอมเมื่อจำเป็น

ถ้าพาญาติหรือคนอื่นมาเป็นเพื่อนระหว่างรับบริการทางไกล คู่มือให้ถือว่ายินยอมให้คนนั้นรู้ข้อมูลความเจ็บป่วยระหว่างการให้คำปรึกษา ผู้เขียนแนะนำให้ถามคลินิกของตัวเองว่าใครเห็นคำตอบบ้าง ก่อนลงชื่อในหนังสือยินยอม

Quicky

เตรียมตัวก่อนกดส่งแบบประเมิน

ข้อต่อไปนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียน เรียบเรียงจากหัวข้อของแบบประเมินและคำแนะนำในคู่มือ

  • รายชื่อยาที่ใช้อยู่ รวมยาโรคประจำตัวและสมุนไพรที่ใช้ประจำ ตามที่ตัวอย่างให้ซักประวัติ
  • ที่ที่เป็นส่วนตัวตอนคุยกับแพทย์ ซึ่งตัวอย่างบทสนทนาในคู่มือให้ผู้ให้บริการถามก่อนเริ่ม

คู่มือเขียนว่าการไม่ได้มาสถานพยาบาลมีข้อจำกัดเรื่องการตรวจร่างกาย ถ้าประเมินทางไกลแล้วพบข้อสังเกตที่ต้องตรวจเพิ่ม ให้แจ้งผู้รับบริการมาตรวจที่สถานพยาบาล ผู้เขียนแนะนำว่าถ้ามีอาการที่กังวล อย่ารอนัดทางไกล ให้ติดต่อคลินิกหรือไปโรงพยาบาลก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ไม่อยากตอบบางข้อ ข้ามได้ไหม

ผู้เขียนไม่พบว่าคู่มือหรือแนวทางเขียนเรื่องการข้ามข้อในแบบประเมิน ผู้เขียนแนะนำให้บอกพยาบาลว่าข้อไหนไม่สบายใจ แทนการเดาคำตอบ

ภาพประกอบ: แบบประเมินก่อนพบหมอทางไกล ถามอะไร ใครเห็นคำตอบ (3/3)

แบบประเมินถามเรื่องลืมกินยา ควรตอบอย่างไร

ผู้เขียนแนะนำให้ตอบตามจริง แล้วคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรว่าลืมเพราะอะไร อย่าเพิ่มยา ข้ามยา หรือเปลี่ยนเวลากินเอง ถ้าเหตุคือกลัวคนอื่นเห็นตอนตั้งเตือน อ่านต่อได้ที่ ตั้งเตือนกินยาต้าน HIV อย่างไร ไม่ให้คนอื่นรู้สถานะ

ตอบว่าเครียดหรือเศร้า จะเป็นอย่างไรต่อ

แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ยกแบบประเมินของกรมสุขภาพจิตเป็นตัวอย่างเครื่องมือที่อาจใช้ เช่น 2Q และ 9Q กรณีซึมเศร้า และให้ประเมินทุกครั้งที่มารับบริการเมื่อคำตอบผิดปกติหรือมีสภาวะความเสี่ยง ถ้ารู้สึกแย่จนคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ไม่ต้องรอนัดทางไกล

ทำแบบประเมินในไลน์ของโรงพยาบาล ปลอดภัยไหม

คู่มือเขียนว่าไลน์ใช้กันในสถานพยาบาลหลายแห่ง แต่มีข้อเสียคือเป็นบริการสาธารณะ และการส่งข้อมูลกับรูปภาพเสี่ยงถูกเปิดเผยหรือส่งต่อให้คนอื่นได้ง่ายมาก คู่มือแนะนำว่าไลน์สะดวกในการติดตามข้อมูลรายบุคคล แต่ไม่แนะนำสำหรับการจัดบริการสุขภาพทางไกลผ่านระบบไลน์ ผู้เขียนแนะนำให้ถามคลินิกว่าข้อมูลเก็บไว้ที่ไหน และไม่ส่งรูปเกินที่ทีมขอ

ทำแบบประเมินแล้วไม่สบายใจ ขอกลับไปพบหมอที่คลินิกแทนได้ไหม

คู่มือเขียนว่าถ้าผู้รับบริการไม่ยินยอมใช้บริการทางไกล จะไม่มีการบังคับหรือมีผลใด ๆ ต่อการรักษา และการใช้แอปเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ผู้เขียนแนะนำให้แจ้งคลินิกก่อนถึงนัดครั้งถัดไป และกินยาต่อตามเดิมระหว่างรอ อย่าหยุดยาเอง

Quicky

สรุป

  • แบบประเมินก่อนพบหมอทางไกลในตัวอย่างของคู่มือกรมควบคุมโรค ฉบับปี 2566 ถามหลายเรื่อง เช่น วัณโรค การกินยา สุขภาพจิต อาชีพ และสิทธิการรักษา
  • แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 เขียนเหตุผลของบางข้อ เช่น ถามอาชีพเพื่อเลือกสูตรยาเมื่อมีอาการข้างเคียง
  • ในคู่มือ พยาบาลและแพทย์เป็นผู้ประเมินคำตอบ ตัวอย่างหนังสือยินยอมให้บุคลากรทางการแพทย์ของคลินิกเข้าถึงข้อมูลตามความจำเป็นและความเหมาะสมโดยไม่ต้องขออนุญาตอีก และถอนความยินยอมได้โดยไม่มีผลต่อการรักษา ข้อมูลอาจถูกเปิดเผยแก่คนนอกบริการทางไกลได้ เช่น เมื่อส่งต่อการรักษา
  • ก่อนส่ง ผู้เขียนแนะนำให้เตรียมรายชื่อยา ตอบเรื่องการกินยาตามจริง และหาที่ที่เป็นส่วนตัว
  • แพทย์เป็นผู้เลือกยา อย่าเปลี่ยนหรือหยุดยาเอง
  • ถ้ามีอาการที่กังวล ผู้เขียนแนะนำให้ติดต่อคลินิกหรือไปโรงพยาบาลโดยไม่รอนัดทางไกล และถ้ารู้สึกแย่จนคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

อ่านเรื่องการรักษาต่อได้ที่หน้า การรักษา HIV: เริ่มเร็ว สุขภาพดี และก้าวสู่ U=U ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง