ขอประวัติการรักษาเอชไอวีของตัวเองได้ คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วยเขียนว่าผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลการรักษาเฉพาะของตนที่อยู่ในเวชระเบียน เมื่อร้องขอตามขั้นตอนของสถานพยาบาลนั้น ขั้นตอนจึงเป็นของแต่ละแห่ง ต้องถามที่ที่เรารักษา
บทความนี้ยกระเบียบของโรงพยาบาลศิริราชเป็นตัวอย่างหนึ่งว่าต้องเตรียมอะไร และเล่าว่ากฎหมายเขียนเรื่องใครเห็นข้อมูลนี้ได้ไว้อย่างไร (เปิดอ่านแหล่งทั้งหมดเมื่อ 6 ตุลาคม 2569)
ขอประวัติการรักษาเอชไอวีของตัวเอง ทำได้ถึงไหน
คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย ซึ่งสภาวิชาชีพด้านสุขภาพของไทยออกร่วมกันเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 เขียนว่าผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏในเวชระเบียน เมื่อร้องขอตามขั้นตอนของสถานพยาบาลนั้น และข้อมูลที่ให้ต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น
บทความนี้อ่านประโยคท้ายของข้อนี้ว่า ถ้าในแฟ้มมีข้อมูลของคนอื่นอยู่ด้วย โรงพยาบาลอาจไม่ให้ส่วนนั้น ถ้าอ่านเอกสารที่ได้มาแล้วไม่เข้าใจ ถามทีมที่ดูแลได้
ขั้นตอนหน้าเคาน์เตอร์เป็นอย่างไร ดูตัวอย่างจากโรงพยาบาลศิริราช
ที่เล่าต่อไปนี้คือระเบียบปฏิบัติของงานเวชระเบียน โรงพยาบาลศิริราช ฉบับทบทวน 2 มกราคม 2567 (เปิดอ่าน 6 ตุลาคม 2569) เป็นระเบียบเรื่องการขอประวัติการรักษาและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป ไม่ได้เขียนเฉพาะเรื่องเอชไอวี และเป็นของโรงพยาบาลนี้แห่งเดียว
- ระเบียบให้เจ้าหน้าที่สอบถามวัตถุประสงค์ในการขอข้อมูล และให้ผู้ขอกรอกคำร้อง ขอบข่ายของระเบียบเขียนถึงการขอเพื่อนำไปรักษาต่อไว้เป็นกรณีหนึ่ง
- เอกสารยืนยันตัวบุคคลในรายการมีหลายอย่าง เช่น สำเนาบัตรประชาชนของผู้ป่วย สำเนาบัตรประชาชนของผู้มาขอประวัติแทน และหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ ระเบียบเขียนว่าใช้เอกสารตามแต่ละกรณี
- ผู้ยื่นขอต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ และรายการเอกสารมีสำเนาสูติบัตรสำหรับกรณีอายุไม่ถึง 15 ปี
- มีค่าธรรมเนียมตามประกาศของโรงพยาบาล ชำระที่ห้องการเงินแล้วนำใบเสร็จกลับมารอคิว
- เจ้าหน้าที่สืบค้นข้อมูลการรักษาตามความต้องการของผู้ขอ โดยระเบียบวงเล็บไว้ว่าย้อนหลัง 3 เดือน และให้รอรับ 1 ถึง 2 ชั่วโมง
- ระเบียบมีหมายเหตุเรื่องเอกสารที่รอดำเนินการ 20 วันทำการ ให้ถามว่าเอกสารที่เราขออยู่ในกลุ่มนี้หรือไม่
สิ่งที่ควรโทรถามโรงพยาบาลของเราก่อนไปคือ ต้องใช้เอกสารอะไร ค่าธรรมเนียมเท่าไร และรอนานแค่ไหน ถ้าอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่โรงพยาบาลกำหนด ให้ถามด้วยว่าต้องทำอย่างไร
ใครเห็นข้อมูลนี้ได้บ้าง
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเผยแพร่ เขียนว่าข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในทางที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่เป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย
กฎหมายเดียวกันเขียนต่อว่า ไม่ว่ากรณีใด ผู้ใดจะอาศัยอำนาจหรือสิทธิตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่น เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้
คำประกาศสิทธิผู้ป่วยเขียนว่าผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการปกปิดข้อมูลของตนเอง เว้นแต่ผู้ป่วยให้ความยินยอม หรือเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อประโยชน์โดยตรงของผู้ป่วยหรือตามกฎหมาย และเขียนด้วยว่าบิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายหรือจิตใจ ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเองได้
ข้อคิดของบทความก่อนเซ็นเอกสารคือ หนังสือยินยอมที่บริษัทประกันหรือหน่วยงานให้เซ็นเป็นการแสดงความประสงค์ของเราเอง อ่านให้ครบว่าให้ดูย้อนหลังแค่ไหนและให้ดูเรื่องอะไรก่อนลงชื่อ ถ้ากังวลว่าจะมีคนอื่นมาขอประวัติของเรา ถามหน่วยเวชระเบียนของโรงพยาบาลที่รักษาได้ว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร
เตรียมประวัติของตัวเองไว้ใช้กับนัดออนไลน์
สำหรับคนที่ใช้นัดออนไลน์ ปรึกษาทางวิดีโอ หรือต้องเปลี่ยนสถานพยาบาล บทความนี้เสนอให้มีข้อมูลเหล่านี้ติดตัว คือชื่อยาที่ใช้อยู่ วันที่เริ่มยา ผลตรวจครั้งล่าสุดและวันที่ตรวจ ประวัติการแพ้ยา และชื่อคลินิกที่ดูแล
ถ้าเก็บเอกสารเป็นภาพถ่ายในมือถือที่สำรองขึ้นคลาวด์อัตโนมัติ ภาพนั้นอาจไปอยู่ในอัลบั้มที่คนอื่นเลื่อนดูได้เมื่อยืมมือถือ ทางที่บทความนี้เสนอคือเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่ล็อกไว้ หรือเก็บแค่ตัวเลขที่จำเป็นในบันทึกที่ใส่รหัส และไม่ส่งไฟล์ผลเลือดในกลุ่มแชต
เรื่องความเป็นส่วนตัวในมือถือ อ่านต่อได้ใน วิธีตั้งเตือนกินยาในมือถือโดยไม่ให้คนอื่นรู้สถานะ ส่วนการเตรียมคำถามก่อนนัดออนไลน์อ่านได้ที่ นัดออนไลน์ช่วยให้รักษาต่อเนื่องได้อย่างไร
ได้ผลตรวจมาแล้ว ใช้อย่างไรโดยไม่ตีความเอง
อ่านเพื่อเตรียมคำถาม ไม่ใช่เพื่อวินิจฉัยตัวเอง คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วยเขียนไว้ด้วยว่าการตรวจ รวมถึงการตรวจเพื่อติดตามการรักษาโรค อาจให้ผลที่คลาดเคลื่อนได้ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีและปัจจัยแวดล้อมอื่น การอ่านและเทียบผลจึงควรให้ทีมที่ดูแลเราเป็นผู้ทำ
วิธีที่บทความนี้เสนอคือถือกระดาษไปถามในนัดถัดไปว่าบรรทัดไหนคือค่าที่ทีมใช้ติดตามผล และค่าครั้งนี้เทียบกับครั้งก่อนเป็นอย่างไร
เรื่องที่ไม่ควรทำคือเอาตัวเลขไปเทียบกับคนอื่นในอินเทอร์เน็ตแล้วตัดสินใจเรื่องยาเอง การเปลี่ยนสูตรยาหรือหยุดยาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ที่ดูแลเท่านั้น ถ้าอยากทบทวนภาพรวมของการรักษา อ่าน การรักษา HIV: เริ่มเร็ว สุขภาพดี และก้าวสู่ U=U ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) ได้

คำถามที่พบบ่อย
ขอผลตรวจย้อนหลังหลายปีได้ไหม
ต้องถามโรงพยาบาลที่เรารักษา ระเบียบของโรงพยาบาลศิริราชวงเล็บไว้ว่าสืบค้นย้อนหลัง 3 เดือน และไม่ได้เขียนว่าถ้าต้องการนานกว่านั้นต้องทำอย่างไร ให้บอกเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ตอนกรอกคำร้องว่าต้องการช่วงเวลาไหน
ให้แฟนหรือญาติไปขอแทนได้ไหม
ระเบียบของโรงพยาบาลศิริราชเขียนว่าใช้กับผู้ป่วย ญาติ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มาดำเนินการแทนผู้ป่วย และผู้ยื่นต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ โรงพยาบาลอื่นต้องถามเอง ข้อที่ควรคิดก่อนคือ คนที่ไปขอแทนจะได้ถือเอกสารที่มีผลตรวจและชื่อยาของเรา ถ้ายังไม่ได้บอกสถานะกับคนนั้น ไปขอเองจะปลอดภัยกว่า
ที่ทำงานขอดูประวัติการรักษาของเราได้ไหม
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติเขียนว่า ไม่ว่ากรณีใด ผู้ใดจะอาศัยกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่นไปขอเอกสารข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้ และข้อมูลเปิดเผยได้เมื่อเป็นไปตามความประสงค์ของเจ้าตัวโดยตรงหรือมีกฎหมายเฉพาะให้ต้องเปิดเผย ตัวบทใช้คำว่าผู้ใด ไม่ได้เอ่ยถึงที่ทำงานโดยเฉพาะ บทความนี้อ่านว่าครอบคลุมที่ทำงานด้วย ถ้าที่ทำงานขอให้เซ็นหนังสือยินยอม อ่านให้ครบก่อนเซ็น
ขอผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลยไหม ไม่ต้องไปโรงพยาบาล
ต้องถามเป็นรายที่ คำประกาศสิทธิผู้ป่วยเขียนว่าให้ร้องขอตามขั้นตอนของสถานพยาบาลนั้น ระเบียบของโรงพยาบาลศิริราชเขียนขั้นตอนแบบกรอกคำร้องพร้อมเอกสารยืนยันตัวบุคคล และไม่มีข้อไหนเขียนถึงช่องทางออนไลน์ โทรถามโรงพยาบาลของเราก่อน
เอกสารที่ได้มาจะมีคำว่าเอชไอวีเขียนอยู่ไหม
มีโอกาสมี เพราะเป็นประวัติการรักษาของเราเอง ระเบียบของโรงพยาบาลศิริราชให้เจ้าหน้าที่สอบถามความต้องการข้อมูลของผู้ขอ จึงบอกได้ว่าต้องการเฉพาะส่วนไหน ถ้าจะนำไปใช้กับหน่วยงานอื่น เก็บต้นฉบับไว้กับตัว และส่งเฉพาะสำเนาที่จำเป็นต่อเรื่องนั้น
สรุป
ขอประวัติการรักษาเอชไอวีของตัวเองได้ คำประกาศสิทธิผู้ป่วยเขียนว่าผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลการรักษาเฉพาะของตนในเวชระเบียน เมื่อร้องขอตามขั้นตอนของสถานพยาบาลนั้น ขั้นตอน เอกสาร และเวลารอที่เล่าไว้เป็นของโรงพยาบาลศิริราชตามระเบียบฉบับทบทวน 2 มกราคม 2567 ที่เปิดอ่านเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 โรงพยาบาลอื่นต้องถามเอง
เมื่อได้เอกสารมาแล้ว เก็บให้พ้นสายตาคนอื่น และเตรียมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นไว้ใช้กับนัดออนไลน์ ก่อนให้ใครไปขอแทนหรือก่อนเซ็นหนังสือยินยอม คิดก่อนว่าคนนั้นจะได้เห็นอะไร ส่วนเรื่องยา ให้ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ที่ดูแล ไม่ปรับหรือหยุดเองจากตัวเลขที่อ่าน
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
