โรคหนองในเทียม มักไม่มีอาการ หากมีอาจพบปัสสาวะแสบ มีของเหลวผิดปกติ เจ็บท้องน้อย ปวดอัณฑะ หรือมีอาการที่ทวารหนัก การตรวจจึงบอกได้ดีกว่าการสังเกตอาการเอง
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด เปลี่ยน หรือแบ่งยาปฏิชีวนะกันเอง
โรคหนองในเทียมคืออะไร
คำว่า “หนองในเทียม” ในการสื่อสารทั่วไปมักหมายถึงการติดเชื้อ Chlamydia ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่การอักเสบของท่อปัสสาวะที่ไม่ใช่หนองในอาจเกิดจากเชื้ออื่นได้ด้วย จึงไม่ควรใช้ชื่อโรคแทนกันโดยไม่ตรวจ
หนองในและหนองในเทียมเกิดจากเชื้อคนละชนิด อาการอาจคล้ายกันและพบพร้อมกันได้ การใช้ยาชนิดเดียวโดยเดาสาเหตุอาจรักษาไม่ครบ
อาการของโรคหนองในเทียมมีอะไรบ้าง
- ปัสสาวะแสบ ขัด หรือระคายเคือง
- มีของเหลวหรือตกขาวผิดปกติจากอวัยวะเพศ
- เจ็บท้องน้อย เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเลือดออกผิดปกติ
- ปวดหรือบวมบริเวณอัณฑะ
- เจ็บ มีของเหลว หรือมีเลือดออกจากทวารหนัก
- เจ็บคอหลังมีเพศสัมพันธ์ทางปาก แม้การติดเชื้อที่คอมักไม่มีอาการ
อาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอื่นได้ และไม่มีอาการก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อ ไม่ควรดูจากสี กลิ่น หรือรูปถ่ายแล้วสรุปเอง
โรคหนองในเทียมติดต่ออย่างไร
เชื้อแพร่ระหว่างเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก และถ่ายทอดสู่ทารกระหว่างคลอดได้ ไม่ได้ติดต่อจากการใช้ห้องน้ำ ผ้าเช็ดตัว สระว่ายน้ำ หรือการกินข้าวร่วมกันตามปกติ
การล้างอวัยวะเพศหรือสวนล้างหลังมีเพศสัมพันธ์ไม่สามารถป้องกันเชื้อ และอาจทำให้ระคายเคือง การมีเชื้อไม่ได้หมายความว่าร่างกายไม่สะอาดและไม่ควรใช้กล่าวโทษใคร
ควรไปตรวจเมื่อไร
- มีอาการผิดปกติ แม้อาการจะไม่มาก
- คู่แจ้งว่าตรวจพบหนองในเทียมหรือ STI
- มีเพศสัมพันธ์ที่กังวลและต้องการตรวจให้เหมาะกับความเสี่ยง
- ถึงรอบตรวจตามคำแนะนำของคลินิก แม้ไม่มีอาการ
บอกเจ้าหน้าที่ตามจริงว่ามีการสัมผัสที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือคอ เพราะตำแหน่งเก็บตัวอย่างอาจต่างกัน การตรวจปัสสาวะอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมทุกตำแหน่ง
หากตรวจพบ รักษาอย่างไร
หนองในเทียมรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม ผู้ให้บริการจะพิจารณาตำแหน่งติดเชื้อ การตั้งครรภ์ ประวัติแพ้ยา ยาอื่น และโอกาสมีเชื้ออื่นร่วม สูตรยาจากบทความเก่าอาจไม่เหมาะกับเชื้อหรือสถานการณ์ปัจจุบัน
ใช้ยาตามฉลากและคำแนะนำ หากลืมยา อาเจียนหลังใช้ หรือมีผลข้างเคียง ให้ติดต่อคลินิกหรือเภสัชกร ไม่ควรกินเพิ่มเป็นสองเท่า เปลี่ยนยา หรือใช้ยาที่เหลือเอง
ทำไมต้องดูแลคู่และติดตามผล
คู่ที่ไม่มีอาการก็อาจมีเชื้อ ควรแจ้งให้ไปตรวจและรับคำแนะนำเพื่อลดการส่งเชื้อกลับไปมา หากไม่สะดวกแจ้งเอง ให้ถามคลินิกเรื่องบริการช่วยแจ้งคู่แบบรักษาความลับ
ถามคลินิกว่าควรงดกิจกรรมทางเพศถึงเมื่อไร และควรกลับมาตรวจซ้ำเมื่อใด การรักษาหายแล้วไม่ได้ทำให้มีภูมิคุ้มกัน จึงติดใหม่ได้หากสัมผัสเชื้ออีก
อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์เร็ว
ควรไปพบสถานพยาบาลโดยเร็วเมื่อมีไข้ร่วมกับปวดท้องน้อยมาก อาเจียน เป็นลม ปวดหรือบวมอัณฑะมาก ตั้งครรภ์และมีอาการผิดปกติ หรืออาการแย่ลงหลังได้รับยา
หากหายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม เป็นลม หรือมีผื่นพุพองหลังใช้ยา ให้ไปฉุกเฉิน
เกี่ยวข้องกับ HIV หรือไม่
การมีหนองในเทียมไม่ได้แปลว่ามี HIV แต่เหตุการณ์เดียวกันอาจสัมผัสเชื้อหลายชนิด คลินิกอาจแนะนำการตรวจ HIV ซิฟิลิส หรือหนองในร่วมตามประวัติ หากเหตุเสี่ยง HIV ยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ถามเรื่อง PEP โดยเร็ว
อ่านต่อเรื่อง โรคหนองในและอาการที่ควรรู้ และ การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหนองในเทียม
ไม่มีหนอง แปลว่าไม่เป็นใช่ไหม
ไม่ใช่ หลายคนไม่มีอาการหรือไม่มีหนอง การตรวจตามตำแหน่งสัมผัสช่วยบอกได้มากกว่า
อาการหายแล้วต้องตรวจหรือรักษาต่อไหม
ควรทำตามแผนของคลินิก เพราะอาการที่ดีขึ้นไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีเชื้อหรือการดูแลครบแล้ว
รักษาหายแล้วเป็นอีกได้ไหม
ได้ หากสัมผัสเชื้อใหม่หรือคู่ยังไม่ได้รับการดูแล การติดซ้ำไม่ได้แปลว่ายาครั้งก่อนใช้ไม่ได้เสมอไป
ล้างหลังมีเพศสัมพันธ์ช่วยป้องกันไหม
ไม่ช่วยป้องกันเชื้อ การสวนล้างอาจทำให้ระคายเคือง วิธีลดความเสี่ยงคือใช้ถุงยางหรือแผ่นยางอนามัย ตรวจตามความเสี่ยง และดูแลคู่เมื่อพบเชื้อ
สรุปโรคหนองในเทียม
หนองในเทียมมักไม่มีอาการ แต่ตรวจและรักษาได้ หากมีอาการ คู่ตรวจพบเชื้อ หรือกังวลจากการสัมผัส ควรไปตรวจตามตำแหน่ง ไม่ซื้อยาหรือหยุดยาเอง และดูแลคู่ตามคำแนะนำของคลินิก
