โรคซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจมีแผล ผื่น หรือไม่มีอาการเลย การดูจากอาการอย่างเดียวจึงไม่พอ แต่โรคนี้ตรวจและรักษาได้ หากมีเหตุสัมผัสหรือคู่แจ้งผล ควรไปตรวจโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด แบ่ง หรือปรับยาปฏิชีวนะเอง
โรคซิฟิลิสติดต่ออย่างไร
เชื้อแพร่เมื่อผิวหนังหรือเยื่อบุสัมผัสแผลหรือผื่นที่มีเชื้อระหว่างเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก ปาก หรือการสัมผัสทางเพศใกล้ชิด และถ่ายทอดจากผู้ตั้งครรภ์สู่ทารกได้
ซิฟิลิสไม่ติดต่อจากการใช้ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ เสื้อผ้า ภาชนะ หรือการใช้ชีวิตร่วมกันตามปกติ การติดเชื้อไม่ใช่เรื่องน่าอายและไม่ควรใช้ตัดสินจำนวนคู่หรือความสัมพันธ์ของใคร
อาการของโรคซิฟิลิสเป็นอย่างไร
| ช่วงของการติดเชื้อ | สิ่งที่อาจสังเกตพบ |
|---|---|
| ระยะแรก | อาจมีแผลหนึ่งแผลหรือหลายแผลบริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย เช่น อวัยวะเพศ ทวารหนัก ปาก หรือริมฝีปาก แผลมักไม่เจ็บจึงถูกมองข้ามได้ |
| ระยะที่มีผื่น | อาจมีผื่นตามตัว ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า ร่วมกับไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต หรืออ่อนเพลีย |
| ระยะแฝง | ไม่มีอาการให้เห็น แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกาย |
| ระยะมีภาวะแทรกซ้อน | หากไม่ได้รับการดูแลเป็นเวลานาน เชื้ออาจกระทบสมอง เส้นประสาท ดวงตา หู หัวใจ หรืออวัยวะอื่น |
แผลหรือผื่นอาจหายเองได้ แต่ไม่ได้แปลว่าเชื้อหาย หากเคยมีความเสี่ยงหรือสงสัยว่าคู่มีซิฟิลิส ควรไปตรวจแม้ไม่มีอาการ
อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์เร็ว
ควรไปโรงพยาบาลหรือคลินิกโดยเร็ว หากมีตามัว ปวดตา การมองเห็นเปลี่ยน หูอื้อ การได้ยินลดลง ปวดศีรษะรุนแรง สับสน แขนขาอ่อนแรง หรือเดินเซ เพราะซิฟิลิสอาจกระทบดวงตา หู หรือระบบประสาทได้ในหลายระยะ
ผู้ตั้งครรภ์หรือผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ควรเข้ารับการตรวจตามคำแนะนำของสถานพยาบาล เพราะการดูแลเร็วช่วยลดความเสี่ยงต่อทารกได้
ตรวจโรคซิฟิลิสอย่างไร
โดยทั่วไปใช้การตรวจเลือด บางกรณีอาจเก็บตัวอย่างจากแผลร่วมด้วย หากเพิ่งมีความเสี่ยง ผลตรวจช่วงแรกอาจยังไม่พบเชื้อ ผู้ให้บริการจะช่วยประเมินว่าควรตรวจซ้ำเมื่อใดตามวันที่เสี่ยงและชนิดการตรวจ
ซิฟิลิสและ HIV มีทางติดต่อบางอย่างร่วมกัน ผู้ที่มาตรวจซิฟิลิสจึงอาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจ HIV และ STI อื่นด้วย การเสนอให้ตรวจเพิ่มเป็นการดูแลตามปกติ ไม่ได้หมายความว่าผู้รับบริการติดเชื้อแล้ว
โรคซิฟิลิสรักษาอย่างไร
ซิฟิลิสรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะกับระยะของโรค ประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์ อาการทางตา หู หรือระบบประสาท และภาวะสุขภาพของแต่ละคน ผู้ให้บริการจะเลือกแนวทางและนัดติดตามผลเลือด
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินหรือฉีดเอง เพราะยาที่ไม่เหมาะอาจทำให้รักษาไม่ครบ บดบังอาการ หรือทำให้ติดตามผลได้ยาก หากเคยแพ้ยา ตั้งครรภ์ หรือใช้ยาอื่นอยู่ ควรแจ้งก่อนรับการดูแล
หลังรักษา ควรไปตามนัดและทำตามคำแนะนำเรื่องช่วงที่ควรงดเพศสัมพันธ์ คู่ที่อาจได้รับเชื้อควรได้รับแจ้งให้ไปตรวจและรับคำแนะนำด้วย เพื่อลดโอกาสส่งเชื้อกลับไปมา
ป้องกันโรคซิฟิลิสได้อย่างไร
- ใช้ถุงยางหรือแผ่นยางอนามัยอย่างถูกต้องเมื่อเหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลหรือผื่นที่สงสัยว่าเป็นซิฟิลิส
- ตรวจสุขภาพทางเพศตามความเสี่ยง แม้ไม่มีอาการ
- พูดคุยกับคู่เรื่องการตรวจและผลตรวจอย่างไม่ตีตรา
ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงได้มาก แต่ป้องกันได้ไม่ทั้งหมด หากแผลหรือผื่นอยู่นอกบริเวณที่ถุงยางปกคลุม
อ่านต่อเรื่อง การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และ อาการและการดูแลโรคหนองใน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคซิฟิลิส
ไม่มีอาการ แปลว่าไม่มีซิฟิลิสใช่ไหม
ไม่เสมอไป ซิฟิลิสมีช่วงที่ไม่มีอาการ และแผลระยะแรกอาจอยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น การตรวจจึงช่วยยืนยันได้ชัดเจนกว่า
แผลหายเองแล้ว ยังต้องตรวจไหม
ควรตรวจ เพราะแผลอาจหายไปแม้เชื้อยังอยู่ การปล่อยไว้โดยไม่ตรวจและดูแลอาจทำให้เกิดปัญหาในภายหลัง
รักษาหายแล้วติดใหม่ได้ไหม
ได้ การรักษาครั้งก่อนจะไม่สร้างภูมิคุ้มกันถาวร หากสัมผัสเชื้ออีกก็สามารถติดใหม่ได้ จึงควรตรวจติดตามและชวนคู่ที่เกี่ยวข้องไปตรวจ
ผลเลือดยังเป็นบวกหลังรักษา แปลว่ายังไม่หายเสมอไหม
ไม่เสมอไป ผลตรวจบางชนิดอาจเป็นบวกอยู่นาน ผู้ให้บริการจะดูชนิดการตรวจ ระดับผล และการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ไม่ควรซื้อยารักษาซ้ำจากผลเดียว
สรุปโรคซิฟิลิส
ซิฟิลิสอาจมีแผล ผื่น หรือไม่มีอาการ โรคนี้ตรวจและรักษาได้ สิ่งสำคัญคือไม่เดาจากอาการ ไม่ซื้อยารักษาเอง และไปตรวจเมื่อมีความเสี่ยง หากมีอาการทางตา หู หรือระบบประสาท ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว
