การใช้เข็มร่วมกัน รวมถึงกระบอกฉีดยาหรืออุปกรณ์เตรียมยาร่วมกัน อาจทำให้เลือดของคนหนึ่งเข้าสู่ร่างกายอีกคน แม้ไม่เห็นคราบเลือด จึงมีโอกาสส่งต่อ HIV ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และการติดเชื้ออื่นได้ [1] [2]

PEP เป็นยาป้องกันเอชไอวีหลังเหตุอาจสัมผัสเชื้อ ต้องขอประเมินโดยเร็วที่สุดและเริ่มเมื่อมีข้อบ่งชี้ภายใน 72 ชั่วโมง ไม่รอให้ครบเวลา ผู้ให้บริการเลือกยาและวางแผนติดตาม โดยทั่วไปใช้ต่อเนื่อง 28 วัน หากเกิน 72 ชั่วโมงยังควรไปประเมินและวางแผนตรวจ ไม่ซื้อหรือแบ่งยากันใช้เอง [3]

อุปกรณ์ใดไม่ควรใช้ร่วมกัน

ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่เข็มอย่างเดียว เลือดอาจติดอยู่ในกระบอกฉีดยา ภาชนะผสมยา อุปกรณ์กรอง น้ำที่ใช้เตรียมยา หรืออุปกรณ์อื่นที่สัมผัสเลือด การล้างให้ดูสะอาดไม่เท่ากับอุปกรณ์ใหม่ที่ปลอดเชื้อ [1] [2]

หลักที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้อุปกรณ์ใหม่ของตนเองทุกครั้ง ไม่ส่งต่ออุปกรณ์ที่ใช้แล้ว และทิ้งในภาชนะทนแทงที่ปิดได้ตามระบบรับทิ้งในพื้นที่ ไม่จับหรือสวมปลอกเข็มที่ใช้แล้วด้วยมือเปล่าหากหลีกเลี่ยงได้ [2]

ถ้าเพิ่งใช้เข็มร่วมกัน ควรทำอย่างไร

  1. หยุดใช้อุปกรณ์ชิ้นนั้นร่วมกัน และเก็บให้พ้นจากการแทงผู้อื่น
  2. หากมีรอยแทงหรือตำแหน่งเปื้อนเลือด ให้ล้างด้วยน้ำและสบู่อย่างอ่อนโยน [2]
  3. การล้างเบื้องต้นไม่แทนการประเมินหลังสัมผัสเลือด ให้ขอรับบริการทันทีและไม่ชะลอเพื่อรอดูอาการ [2]
  4. PEP เป็นยาป้องกันเอชไอวีหลังเหตุอาจสัมผัสเชื้อ ต้องขอประเมินโดยเร็วที่สุดและเริ่มเมื่อมีข้อบ่งชี้ภายใน 72 ชั่วโมง ไม่รอให้ครบเวลา ผู้ให้บริการเลือกยาและวางแผนติดตาม โดยทั่วไปใช้ต่อเนื่อง 28 วัน หากเกิน 72 ชั่วโมงยังควรไปประเมินและวางแผนตรวจ ไม่ซื้อหรือแบ่งยากันใช้เอง [3]
  5. แจ้งวันเวลา อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน ประวัติวัคซีนตับอักเสบบี และยาที่ใช้อยู่ตามจริง [3]

ไม่ควรรอผลตรวจของอีกคนก่อนขอ PEP เพราะเวลามีผลต่อการเริ่มยา ผู้ให้บริการจะประเมินลักษณะการสัมผัสและวางแผนตรวจ หากเหตุเกิน 72 ชั่วโมงแล้ว ยังควรไปตรวจและรับคำแนะนำเรื่องการติดตาม [3]

Quicky

ต้องตรวจเฉพาะ HIV หรือไม่

ไม่เฉพาะ HIV การใช้เข็มร่วมกันอาจเกี่ยวข้องกับไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังหรือในกระแสเลือด ผู้ให้บริการอาจตรวจพื้นฐาน นัดตรวจซ้ำ และทบทวนวัคซีนตับอักเสบบีตามประวัติของแต่ละคน [2] [4]

การดูแลหลังสัมผัส HIV ตับอักเสบบีและซีไม่เหมือนกัน CDC ไม่แนะนำให้ใช้ยาต้านไวรัสตับอักเสบซีเป็น PEP ทั่วไปหลังเหตุ เพราะประสิทธิภาพและระยะใช้ยังไม่ชัด การติดตามตรวจและรักษาหากพบเชื้อจึงสำคัญ ส่วนตับอักเสบบีต้องประเมินวัคซีน ภูมิคุ้มกันและเหตุจริงกับผู้ให้บริการ ไม่เลือกยาหรือวัคซีนเองจากบทความ [5] [2]

อาการใดควรรับการช่วยเหลือเร็ว

  • บริเวณฉีดบวมแดง ร้อน ปวดมาก มีหนอง หรือมีเส้นแดงลาม [4]
  • มีไข้ หนาวสั่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก สับสน หรืออ่อนแรงผิดปกติ [4]
  • ง่วงมาก ปลุกไม่ตื่น หายใจช้าหรือหยุดหายใจ ซึ่งอาจเป็นภาวะใช้สารเกินขนาด [4]

หากหมดสติ หายใจผิดปกติ ชัก เจ็บหน้าอกหรือทรุดลง ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ไม่รอผลตรวจ HIV อาการเหล่านี้ไม่ใช้วินิจฉัยสถานะ HIV [4]

ลดความเสี่ยงในครั้งต่อไปอย่างไร

  • ใช้อุปกรณ์ใหม่และเป็นของตนเองทุกครั้ง รวมถึงอุปกรณ์เตรียมยา [1] [2]
  • ใช้บริการเข็มและกระบอกฉีดยาสะอาดหรือบริการลดอันตรายที่เข้าถึงได้ในพื้นที่ [4]
  • ตรวจ HIV และไวรัสตับอักเสบตามแผนที่เหมาะกับเหตุสัมผัส [6]
  • ถามเรื่อง PrEP หากมีโอกาสสัมผัส HIV ซ้ำ และถามเรื่องวัคซีนตับอักเสบบี [7] [2]
  • หากต้องการลดหรือหยุดใช้สาร ขอการดูแลที่ไม่ตีตราได้ แต่ไม่จำเป็นต้องรอให้หยุดสารก่อนจึงจะรับบริการป้องกัน [4]

การลดอันตรายช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเสียชีวิต ไม่ใช่การสนับสนุนให้ใช้สาร ผู้รับบริการควรได้รับข้อมูล อุปกรณ์ และการดูแลโดยรักษาความลับและไม่ถูกตัดสิน [4]

อ่านต่อได้ที่ PEP หลังเหตุที่อาจสัมผัส HIV และ การตรวจ HIV และการอ่านผล

Quicky

คำถามที่พบบ่อย

ไม่เห็นเลือดบนเข็ม แปลว่าปลอดภัยหรือไม่

สรุปเช่นนั้นไม่ได้ เลือดปริมาณเล็กน้อยอาจมองไม่เห็น หากมีการใช้ร่วมกันควรขอประเมินตามเวลาและลักษณะของเหตุ [1] [2]

ล้างเข็มแล้วใช้ร่วมกันได้ไหม

อุปกรณ์ใหม่ที่ปลอดเชื้อและเป็นของตนเองปลอดภัยกว่า การล้างไม่รับประกันว่าจะกำจัดเชื้อทั้งหมดและอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ [1] [2]

ตรวจทันทีแล้วผลลบ จบการติดตามได้หรือไม่

ผลตรวจทันทีอาจเป็นข้อมูลพื้นฐาน แต่ยังไม่ตัดเหตุที่เพิ่งเกิด เพราะอยู่ในช่วงตรวจพบ ควรตรวจซ้ำตามชนิดการตรวจและแผนของบริการ [6]

สรุปการใช้เข็มร่วมกัน

PEP เป็นยาป้องกันเอชไอวีหลังเหตุอาจสัมผัสเชื้อ ต้องขอประเมินโดยเร็วที่สุดและเริ่มเมื่อมีข้อบ่งชี้ภายใน 72 ชั่วโมง ไม่รอให้ครบเวลา ผู้ให้บริการเลือกยาและวางแผนติดตาม โดยทั่วไปใช้ต่อเนื่อง 28 วัน หากเกิน 72 ชั่วโมงยังควรไปประเมินและวางแผนตรวจ ไม่ซื้อหรือแบ่งยากันใช้เอง [3]

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

Quicky

แหล่งอ้างอิง

อ้างอิงตามข้อความที่ตรวจทาน

  1. CDC (สหรัฐฯ): ช่องทางถ่ายทอด HIV
  2. CDC NIOSH: Bloodborne infectious diseases and immediate care after sharps exposure
  3. CDC (สหรัฐฯ): แนวทาง PEP ปี 2025
  4. NYSDOH AIDS Institute: Chemsex questions and answers, 2025
  5. CDC: Hepatitis C exposure follow-up and limits of PEP
  6. CDC (สหรัฐฯ): การตรวจ HIV และช่วงหน้าต่าง
  7. CDC (สหรัฐฯ): การประเมินและติดตาม PrEP

ตรวจทานและปรับปรุงเนื้อหา: 29 ตุลาคม 2569