ถ้ารู้ตัวว่ายาต้าน HIV จะหมดก่อนถึงวันนัด สิ่งแรกที่ควรทำคือแจ้งสถานพยาบาลที่รับยาอยู่ทันที ไม่ใช่รอจนเม็ดสุดท้ายหมด และไม่ควรยืดยาด้วยการกินวันเว้นวันหรือแบ่งเม็ดเอง ถ้าที่นั่นมีช่องทางออนไลน์ เช่น แอปโรงพยาบาล บัญชีทางการในแอปแชต หรืออีเมล ก็ใช้แจ้งล่วงหน้าได้เลย

ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า ยิ่งบอกเร็วยิ่งมีทางเลือกมาก

ภาพแนะนำให้นับยาที่เหลือ คำนวณว่ายาจะหมดวันไหน และรีบติดต่อคลินิกพร้อมแจ้งวันนัดเดิม โดยไม่ควรปรับวิธีกินยาหรือรอจนยาหมด

ยาต้าน HIV จะหมดก่อนถึงวันนัด ควรลงมือทำอะไรก่อน

เริ่มจากนับของจริง เทเม็ดยาออกมานับ แล้วคำนวณว่าถ้ากินตามเดิมทุกวัน ยาจะพอถึงวันที่เท่าไร ตัวเลขนี้สำคัญกว่าความรู้สึกว่าน่าจะไม่พอ เพราะทีมดูแลใช้ตัดสินใจได้ทันที

จากนั้นติดต่อสถานพยาบาลพร้อมตัวเลขนั้น บอกด้วยว่าวันนัดเดิมคือวันไหน และติดขัดเรื่องอะไร ทั้งงาน การเดินทาง ค่าใช้จ่าย หรือเรื่องส่วนตัว เพราะทางออกของแต่ละเหตุผลไม่เหมือนกัน สิ่งที่ยังไม่ควรทำคือเปลี่ยนวิธีกินยาเอง

ทำไมการยืดยาเองให้พอถึงวันนัด จึงเป็นทางที่ไม่ควรเลือก

แนวทางเอชไอวีของกรมควบคุมโรคที่คลินิกไทยใช้กันอยู่ เขียนไว้ว่าการรักษาด้วยยาต้านไวรัส (ART คือยาที่ใช้ควบคุมเชื้อเอชไอวีต่อเนื่องระยะยาว) ต้องอาศัยวินัยการกินยาที่ดีมาก คือกินอย่างถูกต้องครบถ้วนและต่อเนื่องสม่ำเสมอไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 โดยยกตัวอย่างว่ายาที่ต้องกินวันละ 2 ครั้ง ระยะห่างที่แนะนำคือทุก 12 ชั่วโมง ส่วนยาที่กินวันละ 1 ครั้งคือทุก 24 ชั่วโมง ส่วนตัวเลขของสูตรที่คุณใช้อยู่จริง เภสัชกรที่จ่ายยาเป็นคนบอกให้ได้ชัดที่สุด

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ การกินวันเว้นวันหรือแบ่งเม็ดเพื่อยืดเวลา ทำให้ระยะห่างระหว่างมื้อผิดไปจากที่แนวทางระบุ และดึงสัดส่วนการกินยาต่ำลงจากเกณฑ์ นี่เป็นข้อเท็จจริงจากแนวทาง ไม่ใช่การตำหนิ

Quicky

แจ้งคลินิกผ่านช่องทางออนไลน์ ควรบอกอะไรให้ครบในข้อความเดียว

ข้อความที่ครบตั้งแต่ครั้งแรก ช่วยให้ไม่ต้องตอบกลับไปมาหลายรอบ

  1. ชื่อ-สกุล และเลขประจำตัวผู้ป่วยของที่นั่น ถ้าจำได้
  2. วันนัดเดิมที่ได้รับไว้
  3. ชื่อยาที่กินอยู่ตามที่พิมพ์บนซอง หรือถ่ายรูปฉลากส่ง
  4. จำนวนเม็ดที่เหลือ และวันที่ยาจะหมดตามที่คำนวณ
  5. เหตุผลที่ไปตามนัดเดิมไม่ได้ และช่วงวันที่พอไปได้
  6. ช่องทางติดต่อกลับที่คุณควบคุมได้เอง

ข้อสุดท้ายสำคัญ ถ้าใช้โทรศัพท์หรืออีเมลร่วมกับคนในบ้าน ให้เลือกช่องทางที่คนอื่นไม่เห็น และบอกว่าไม่สะดวกให้โทรช่วงไหน เรื่องตั้งค่าไม่ให้แจ้งเตือนเปิดเผยสถานะ อ่านที่ ตั้งเตือนกินยาต้าน HIV ในมือถือ ไม่ให้คนอื่นรู้สถานะ

แนวทางไทยและองค์การอนามัยโลกเขียนเรื่องการรับยาต่อเนื่องไว้อย่างไร

สองฉบับนี้เขียนคนละจุดประสงค์ ช่องที่เขียนว่าไม่ได้ระบุ แปลว่าจุดที่เราเปิดอ่านไม่พูดถึงประเด็นนั้น

ข้อความเรื่องการนัดและการรับยาต้านไวรัส เทียบแนวทางของไทยกับเอกสารขององค์การอนามัยโลก (อ่านเมื่อเขียนบทความนี้)
ประเด็น แนวทางของไทย องค์การอนามัยโลก
ความถี่ของการนัดติดตาม ผู้ที่รับยาต้านเอชไอวีและกินยาสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องนัดบ่อยครั้ง แนะนำให้นัดติดตามทุก 3-6 เดือน ผู้ที่ถือว่ารักษาเข้าที่แล้ว ควรได้รับข้อเสนอให้พบทางคลินิกทุก 3-6 เดือน และถ้าทำได้ควรเป็นทุก 6 เดือน
จำนวนยาที่ได้รับต่อครั้ง ในหัวข้อการดูแลช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะ ระบุว่าผู้ที่สุขภาพดีและรับยามานานกว่า 1 ปีจนกดไวรัสได้สำเร็จ ควรจ่ายยาครั้งละ 3-6 เดือน ส่วนผู้ที่สุขภาพไม่ดี วินัยการกินยาไม่ดี หรือกดไวรัสไม่สำเร็จ ให้มาตรวจที่โรงพยาบาล และพิจารณาจ่ายยา 1-2 เดือน ผู้ที่ถือว่ารักษาเข้าที่แล้ว ควรได้รับข้อเสนอให้รับยาครอบคลุม 3-6 เดือน และถ้าทำได้ควรเป็น 6 เดือน
วันพบแพทย์กับวันรับยา ไม่ได้ระบุแยกไว้ในจุดที่อ้างถึงนี้ เขียนเป็นคำแนะนำสองข้อแยกกัน เพื่อเน้นว่าการมาพบทางคลินิกกับการมารับยา ควรพิจารณาแยกจากกัน
เมื่อย้ายไปรับยาที่อื่น ผู้ประสานงานด้านเอชไอวีของที่เดิม เบิกยาในระบบให้เพียงพอกับที่ผู้รับบริการจะไปรับยาต่อเนื่องได้โดยไม่ขาดยา ไม่ได้ระบุในจุดที่อ้างถึงนี้

คำว่า "รักษาเข้าที่แล้ว" เอกสารขององค์การอนามัยโลกให้เกณฑ์ไว้ว่า ได้รับยาต้านไวรัสมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ไม่มีการเจ็บป่วยอยู่ในขณะนั้นโดยไม่นับโรคเรื้อรังที่คุมได้ดี เข้าใจการกินยาต่อเนื่องระยะยาวและได้รับการปรึกษามาพอ และมีผลปริมาณไวรัสในเลือดที่กดได้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ถ้าไม่มีผลปริมาณไวรัส ให้ใช้ค่า CD4 ซึ่งบอกความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน มากกว่า 200 cells/mm3 หรือดูน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น การไม่มีอาการ และการไม่มีการติดเชื้อร่วมแทน ส่วนเด็กอายุ 3-5 ปี เอกสารกำหนดค่า CD4 ไว้ที่มากกว่า 350 cells/mm3 ส่วนแนวทางไทยเขียนว่าโรงพยาบาลควรจะมีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอาการคงที่ตามเกณฑ์ ตามสิทธิการรักษา และความสมัครใจในการรับบริการ

ภาพแนะนำให้กินยาที่เหลือตามเวลาเดิม จดเวลามื้อสุดท้าย และไม่หายาจากแหล่งอื่นมากินแทน หากยาหมดควรติดต่อคลินิกและแจ้งตามจริง

Quicky

ยังไม่ได้รับคำตอบจากคลินิก ควรจัดการยาที่เหลืออย่างไร

ระหว่างรอ ให้กินยาที่เหลือตามเวลาเดิม อย่าเพิ่งปรับอะไร และจดไว้ว่ากินมื้อล่าสุดเมื่อไร ถ้าสุดท้ายมีวันที่ขาดจริง ข้อมูลนี้ช่วยให้ทีมดูแลประเมินได้แม่นขึ้น ส่วนที่ยังไม่ควรทำคือหายาทางอื่นมากินแทน ทั้งขอจากคนที่กินสูตรเดียวกัน และสั่งซื้อออนไลน์นอกสถานพยาบาล

ถ้ายาหมดไปแล้วจริง ๆ ยังติดต่อกลับได้เสมอ เอกสารขององค์การอนามัยโลกรายงานว่าในกลุ่มที่ติดตามแล้วพบว่ายังมีชีวิตอยู่ มีผู้กลับเข้าสู่ระบบการดูแลร้อยละ 58 (ช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 อยู่ระหว่างร้อยละ 51-65) และระบุว่าวิธีติดตามที่ใช้กันมีทั้งการติดต่อทางไกล ได้แก่ โทรศัพท์ ข้อความ จดหมาย อีเมล การตามถึงตัว และใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน เอกสารเดียวกันยังระบุว่าการตามและการช่วยให้กลับเข้าระบบ ดูจะได้ผลมากกว่าเมื่อตามตั้งแต่เพิ่งขาดนัด เมื่อเทียบกับการขาดไปเป็นช่วงยาว เอกสารฉบับนี้ไม่ได้เขียนถึงสิ่งที่ทีมดูแลต้องตรวจเพิ่มเมื่อผู้รับบริการกลับเข้าระบบ จึงให้เล่าตามจริงว่าหยุดยาไปนานเท่าไร แล้วให้ทีมดูแลเป็นผู้ประเมิน

นับยาเดือนละครั้ง เพื่อไม่ให้เจอสถานการณ์นี้ซ้ำ

วิธีที่ได้ผลที่สุดคือเลิกใช้ความจำ แล้วนับแทน ตั้งวันนับยาเดือนละหนึ่งวัน เปิดกล่องนับเม็ดจริง เทียบกับวันนัดครั้งหน้า ถ้ายาจะขาดช่วง ให้ติดต่อตั้งแต่วันนั้น และควรถามไว้ก่อนว่าที่นั่นรับแจ้งทางไหน ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน

แนวทางไทยเขียนถึงกรณีผู้ที่มีสิทธิการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเดิมที่รับยา หรือมีสิทธิที่อื่นแต่ต้องการรับยาที่เดิม ว่าควรจะมีการจัดระบบบริการให้สะดวก รวดเร็ว และผู้รับบริการพึงพอใจ เช่น นัดรับยาห่างขึ้น หรือรับยาในคลินิกรับยาต่อเนื่อง หรือไปรับยาที่หน่วยบริการใกล้บ้าน โดยที่คุณภาพและประสิทธิภาพของการดูแลรักษาไม่ลดลง นี่คือสิ่งที่แนวทางแนะนำให้ระบบบริการจัดให้ ไม่ใช่การรับประกันว่าทุกแห่งทำได้

ถ้าจะเดินทางยาวหรือย้ายที่อยู่ชั่วคราว ให้วางแผนเรื่องยาไปพร้อมแผนเดินทาง อ่านต่อที่ เดินทางแล้วต้องรับยา HIV ต่อ: วางแผน Telehealth และความเป็นส่วนตัว

คำถามที่พบบ่อย

ไปรับยาก่อนวันนัดเลยได้ไหม โดยไม่ต้องแจ้งก่อน

เดินเข้าไปเฉย ๆ อาจไม่ได้ยากลับมา เพราะการจ่ายยาต้องมีคำสั่งใช้ยาและการเบิกในระบบ การแจ้งล่วงหน้าตามช่องทางที่ที่นั่นกำหนดช่วยให้ไปครั้งเดียวจบ

ขอยาจากเพื่อนที่กินสูตรเดียวกันมาประคองไว้ก่อนได้ไหม

ไม่ควร แม้ชื่อยาจะดูเหมือนกัน แต่ความแรงและส่วนประกอบอาจต่างกัน และยาที่ได้มาแบบนี้ไม่มีประวัติกำกับว่าคุณได้รับอะไรไปบ้าง ถ้ายาจะขาดจริง ให้บอกว่าเหลือกี่วัน แล้วให้ทีมดูแลตัดสิน

อยู่ต่างจังหวัดตอนที่ยาจะหมด ต้องกลับมาที่โรงพยาบาลเดิมเสมอไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป แนวทางไทยพูดถึงการไปรับยาที่หน่วยบริการใกล้บ้านไว้ด้วย และอีกหัวข้อระบุว่าเมื่อย้ายไปรับยาที่อื่น ผู้ประสานงานด้านเอชไอวีของที่เดิมจะเบิกยาให้พอไม่ให้ขาดยา แต่ต้องประสานล่วงหน้า จึงติดต่อที่เดิมก่อน

Quicky

สรุป

คุณค่าของยาต้านไวรัสอยู่ที่ความต่อเนื่อง เมื่อยาใกล้หมดก่อนวันนัด สิ่งที่ช่วยได้คือนับเม็ดยา คำนวณวันที่จะหมด แล้วแจ้งสถานพยาบาลทันที ส่วนการยืดยาเองหรือหายาทางอื่น เพิ่มความเสี่ยงเปล่า ๆ

บทความนี้อ่านจากแนวทางเอชไอวีของไทยและเอกสารขององค์การอนามัยโลก ตรวจสอบเมื่อเขียนบทความนี้ แนวทางและระบบบริการเปลี่ยนตามเวลาได้ ภาพรวมการรักษาอ่านที่หน้า การรักษา HIV: เริ่มเร็ว สุขภาพดี และก้าวสู่ U=U ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)

ยาเหลือน้อยไม่ใช่เรื่องต้องรู้สึกผิด และไม่ต้องแก้คนเดียว ทักไปหาทีมดูแลวันนี้ ให้เขาช่วยหาวิธีที่เข้ากับชีวิตคุณ

แหล่งอ้างอิง