โครงการ U-TEST เป็นงานวิจัยเรื่องชุดตรวจหาสารภูมิต้านทาน (แอนติบอดี) ต่อเชื้อเอชไอวี (HIV) จากปัสสาวะด้วยตนเอง รับผู้เข้าร่วมอายุ 15–24 ปี ถ้าสนใจ โปสเตอร์ให้ติดต่อสองทาง คือโทร 063-393-5230 และทักบัญชีไลน์ทางการ (Line Official Account หรือ Line OA) ของ Buddy CU Clinic ที่ @buddycu หน้านี้ไม่ได้ชวนให้สมัคร แต่รวบรวมว่าควรถามอะไรก่อนตกลง และเรื่องผู้ที่อายุไม่ถึง 18 ปีควรถามใคร
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว: U-TEST เป็นงานวิจัย ไม่ใช่ช่องทางซื้อชุดตรวจ การเข้าร่วมเป็นความสมัครใจ และเรื่องที่โปสเตอร์ไม่ได้ตอบ เช่น ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และผู้ปกครองของคนอายุ 15–17 ปี ต้องถามผู้ประสานงานโครงการโดยตรง
โครงการ U-TEST โปสเตอร์ยืนยันอะไรไว้บ้าง
ชื่อเต็มตามโปสเตอร์คือ “โครงการศึกษาความยอมรับและความสามารถในการใช้งานชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองจากปัสสาวะในวัยรุ่นและเยาวชนไทย” ชื่อนี้บอกขอบเขตไว้แล้ว และเป็นจุดแรกที่ควรขอให้ผู้ประสานงานอธิบายว่าในทางปฏิบัติผู้เข้าร่วมต้องทำอะไร
| ข้อมูลตามโปสเตอร์ | รายละเอียด |
|---|---|
| หน่วยงานที่ดำเนินโครงการ | สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิจัยโรคติดเชื้อเด็กและวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| หัวหน้าโครงการวิจัย | ศาสตราจารย์แพทย์หญิงธันยวีร์ ภูธนกิจ |
| แพทย์ผู้วิจัย | แพทย์หญิงอารยา บุญกูล |
| ผู้ประสานงานวิจัย | คุณจุฑามณี มูลวงษ์ |
| คุณสมบัติผู้เข้าร่วม | อายุ 15–24 ปี ที่สนใจตรวจคัดกรองเอชไอวีด้วยชุดตรวจด้วยตนเองจากปัสสาวะ |
| ติดต่อ | 063-393-5230 · Line OA @buddycu |
| หมายเลขโครงการ / ใบรับรอง | 0256/69 · 0687/2026 รับรอง 21 พฤษภาคม 2569 |
สนใจเข้าร่วมต้องทำอย่างไร
ขั้นแรกคือติดต่อตามช่องทางข้างบน แล้วบอกตรง ๆ ว่าเห็นโปสเตอร์และอยากทราบรายละเอียดก่อนตัดสินใจ การโทรหรือทักไลน์ไปถามยังไม่ใช่การสมัคร ถามให้ครบแล้วค่อยตอบก็ได้
สิ่งที่โปสเตอร์ ไม่ได้ บอก และห้ามเดาแทนกัน ได้แก่ วันปิดรับผู้เข้าร่วม จำนวนที่รับ ต้องไปที่ไหนกี่ครั้ง มีค่าใช้จ่ายหรือค่าเดินทางชดเชยไหม และเก็บตัวอย่างที่สถานพยาบาลหรือที่บ้าน ทั้งหมดเป็นคำถามสำหรับผู้ประสานงาน ถ้าได้ข้อมูลไม่ครบ ขอเอกสารข้อมูลสำหรับผู้เข้าร่วมวิจัยมาอ่านก่อนได้เสมอ
ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมงานวิจัย ควรถามอะไร
คำประกาศเฮลซิงกิของแพทยสมาคมโลก (WMA Declaration of Helsinki) ฉบับปรับปรุงตุลาคม 2024 วางหลักว่าผู้ที่จะเข้าร่วมต้องได้รับข้อมูลด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายในเรื่องเหล่านี้ก่อนให้ความยินยอม ใช้เป็นเช็กลิสต์คำถามได้
- วัตถุประสงค์และวิธีการวิจัย ต้องทำอะไรตั้งแต่ต้นจนจบ
- ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้ ความเสี่ยงและภาระที่อาจเกิด
- คุณสมบัติผู้วิจัย แหล่งทุน และผลประโยชน์ทับซ้อน
- มาตรการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและความลับของข้อมูล
- สิ่งตอบแทน ถ้ามี
- การดูแลรักษาและการชดเชยหากเกิดอันตราย
- สิทธิปฏิเสธหรือถอนความยินยอมเมื่อไรก็ได้ โดยไม่ถูกลงโทษ
อีกข้อที่คำประกาศเดียวกันเขียนแยกไว้ต่างหากคือ ผู้เข้าร่วมงานวิจัยทุกคนควรได้รับโอกาสรับทราบผลภาพรวมของงานวิจัย จึงถามไว้ได้ว่าโครงการจะแจ้งผลกลับมาทางไหน
เรื่องเอชไอวีควรถามเพิ่มว่า ผลตรวจของคุณใครเห็นบ้าง เก็บที่ไหน นานเท่าไร ใช้ชื่อจริงหรือรหัสแทน และถ้าถอนตัวกลางทาง ตัวอย่างที่เก็บไปแล้วจะถูกจัดการอย่างไร
อายุ 15–17 ปี ต้องให้ผู้ปกครองเซ็นไหม
คำตอบตรงไปตรงมาคือ โปสเตอร์ไม่ได้ระบุเรื่องนี้ จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าต้องมีผู้ปกครองลงนามหรือไม่ นี่คือคำถามข้อแรกที่ควรถามผู้ประสานงาน และถามด้วยว่าถ้าต้องมีผู้ใหญ่ร่วมลงนาม ใครนับเป็นผู้แทนได้ถ้าคุณไม่ได้อยู่กับพ่อแม่
หลักที่เปิดอ่านได้จริงคือคำประกาศเฮลซิงกิ ซึ่งระบุว่าถ้าผู้เข้าร่วมยังให้ความยินยอมด้วยตัวเองไม่ได้ ผู้วิจัยต้องขอความยินยอมจากผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมาย และถ้าผู้เข้าร่วมแสดงการยินยอมของตนเองได้ ต้องขอเพิ่มควบคู่กัน ทั้งระบุว่าควรเคารพการไม่ยินยอมของผู้เข้าร่วม หลักข้อนี้ใช้เฉพาะกรณีที่ยังให้ความยินยอมเองไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าผู้ที่อายุ 15–17 ปีทุกคนเข้าข่ายอัตโนมัติ
ส่วนที่ว่าอายุเท่าไรให้ความยินยอมเองได้ในบริบทไทย และโครงการนี้จัดกลุ่ม 15–17 ปีไว้แบบไหน เป็นเรื่องที่เอกสารโครงการและคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยกำหนด บทความนี้ไม่ยืนยันแทน โปสเตอร์ระบุใบรับรองและวันที่รับรองไว้ ตรงกับหลักเฮลซิงกิที่ว่าโครงร่างวิจัยต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมก่อนเริ่มงาน
ถ้าผลจากชุดตรวจในโครงการมีปฏิกิริยา ควรถามโครงการว่าอะไร
แนวทางปี 2568 ของกรมควบคุมโรคกำหนดว่าผลจากชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (HIV self-testing หรือ HIVST) เป็นผลคัดกรองเบื้องต้น ถ้าขึ้นว่ามีปฏิกิริยาต้องตรวจยืนยันที่สถานพยาบาล
โปสเตอร์ไม่ได้บอกว่าโครงการจัดการขั้นตอนนี้อย่างไร จึงควรถามก่อนตกลงว่าถ้าผลมีปฏิกิริยา โครงการนัดตรวจยืนยันให้ที่ไหน ใครออกค่าใช้จ่าย และถ้ายืนยันแล้วเป็นบวก ส่งต่อเข้าสู่การดูแลรักษาทางไหน
แนวทางฉบับเดียวกันระบุข้อควรปฏิบัติของผู้ให้บริการไว้ว่าควรให้การปรึกษาเรื่องการเลือกชุดตรวจที่ได้รับอนุญาต การเก็บตัวอย่างที่เหมาะสม การใช้งานและการแปลผล รวมถึงข้อจำกัดของชุดตรวจและสาเหตุที่ทำให้ผลคลาดเคลื่อน ใช้เป็นรายการเทียบว่าควรได้ข้อมูลอะไรจากคนที่ยื่นชุดตรวจให้
ชุดตรวจจากปัสสาวะ หาซื้อได้เองในไทยแล้วหรือยัง
ยังไม่ได้ และข้อนี้สำคัญที่สุด U-TEST เป็นการศึกษาวิจัย ไม่ใช่การประกาศว่าชุดตรวจจากปัสสาวะได้รับอนุมัติให้จำหน่ายในไทย และยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่ามีชุดตรวจเอชไอวีจากปัสสาวะขึ้นทะเบียนขายในไทย ถ้าเห็นใครโฆษณาขายออนไลน์ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
สิ่งที่ยืนยันได้จากแนวทางปี 2568 คือเกณฑ์คุณภาพที่เอกสารยกมาแสดงมีเฉพาะชุดตรวจด้วยตนเองแบบเลือดและแบบน้ำในช่องปาก ไม่มีแบบปัสสาวะ
อีกข้อที่คนถามบ่อยคือตรวจเองผิดกฎหมายไหม ตารางกฎระเบียบในแนวทางเดียวกันระบุว่าพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2547 มาตรา 28 (1) ยกเว้นการประกอบวิชาชีพที่กระทำต่อตนเอง บุคคลทั่วไปจึงทดสอบด้วยชุดตรวจ HIVST สำหรับตนเองได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมายวิชาชีพ
ในระดับโลก บัญชีรับรองคุณภาพล่วงหน้า (prequalification) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) รับรองชุดตรวจเอชไอวี-1 ด้วยตนเองจากปัสสาวะรายการแรกเมื่อ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2025 (ตรงกับ พ.ศ. 2568) แปลว่าเทคโนโลยีมีจริง แต่ไม่ใช่การอนุญาตขายในไทย และไม่ได้บอกว่าโครงการนี้ใช้ชุดตรวจตัวเดียวกัน
ถ้าไม่เข้าร่วมวิจัย จะตรวจทางไหนได้อีก
ไม่เข้าร่วมก็ตรวจได้ตามปกติ แนวทางปี 2568 ระบุว่าในปี 2566 สปสช. ประกาศให้การตรวจเอชไอวีด้วยตนเองเป็นกิจกรรมหนึ่งในรายการบริการตามสิทธิประโยชน์สุขภาพดีป้องกันโรค รับชุดตรวจจากหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนได้ตามความจำเป็น
เอกสารฉบับเดียวกันระบุว่าแผนขยายหน่วยบริการตามสิทธินี้มาพร้อมการอบรมให้หน่วยบริการมีความรู้เรื่องการตรวจด้วยตนเองและกระบวนการให้การปรึกษาเบื้องต้น จุดที่รับชุดตรวจจึงควรตอบคำถามได้
อยากรู้ว่าการตรวจด้วยตนเองทำได้แค่ไหน อ่าน แนวทางใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองควบคู่บริการทางไกล ถ้ายังลังเล เริ่มจาก เหตุผลที่ควรตรวจและตรวจได้ที่ไหน
ความรู้พื้นฐานดูได้ที่คลังความรู้การตรวจเอชไอวีของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) และถ้าพร้อมแล้วก็นัดหมายตรวจออนไลน์ได้
คำถามที่พบบ่อย
เข้าร่วมแล้วเปลี่ยนใจกลางทางได้ไหม
คำประกาศเฮลซิงกิระบุว่าผู้เข้าร่วมต้องได้รับแจ้งถึงสิทธิที่จะปฏิเสธหรือถอนความยินยอมเมื่อไรก็ได้ โดยไม่ถูกลงโทษ ควรถามด้วยว่าถ้าถอนตัว ข้อมูลที่เก็บไปแล้วจะจัดการอย่างไร
มีค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนไหม
โปสเตอร์ไม่ได้ระบุ จึงยังยืนยันไม่ได้ ควรถามผู้ประสานงานและดูให้ตรงกับเอกสารของโครงการก่อนลงนาม
ผลจากชุดตรวจในโครงการ ใช้แทนการตรวจที่คลินิกได้ไหม
โครงการกำลังศึกษาการยอมรับและการใช้งาน ไม่ได้ประกาศว่าใช้แทนการตรวจวินิจฉัยได้ แนวทางไทยปี 2568 ระบุว่าผลตรวจด้วยตนเองเป็นการคัดกรองเบื้องต้น
อายุไม่ถึง 15 ปี หรือเกิน 24 ปี เข้าร่วมได้ไหม
คุณสมบัติในโปสเตอร์คือ 15–24 ปี ถ้าอายุไม่อยู่ในช่วงนี้ยังตรวจเอชไอวีได้ตามช่องทางปกติ
สรุป
สนใจโครงการ U-TEST เริ่มจากโทร 063-393-5230 หรือทัก Line OA @buddycu ของ Buddy CU Clinic เพื่อขอรายละเอียดก่อนตัดสินใจ ขอเอกสารข้อมูลสำหรับผู้เข้าร่วมวิจัยมาอ่าน แล้วถามให้ครบทั้งขั้นตอน ความเป็นส่วนตัวของผลตรวจ การถอนตัว และเรื่องผู้ปกครอง
ที่ต้องจำให้แม่นคือชุดตรวจจากปัสสาวะยังอยู่ในขั้นวิจัยในไทย ไม่ใช่สินค้าที่หาซื้อได้ และผลจากชุดตรวจด้วยตนเองทุกชนิดเป็นการคัดกรองเบื้องต้น การรู้สถานะของตัวเองเป็นเรื่องธรรมดาของการดูแลสุขภาพ ถ้าอยากตรวจหรือมีคำถามค้างใจ คุยกับบุคลากรสุขภาพได้เลย ไม่มีใครมาตัดสินคุณ
