โรค mpox เป็นการติดเชื้อไวรัสที่อาจทำให้มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต และผื่นหรือตุ่มเจ็บ บางคนมีเพียงไม่กี่ตุ่มบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือปาก จึงไม่ควรรอให้ผื่นขึ้นทั่วตัวก่อนขอประเมิน

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด แบ่ง หรือปรับยาต้านไวรัส ยาปฏิชีวนะ ยาทา หรือยาแก้ปวดเองโดยไม่ตรวจความเหมาะสม

โรค mpox ติดต่ออย่างไร

เชื้อแพร่ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผื่น ตุ่ม สะเก็ด หรือสารคัดหลั่ง รวมถึงการสัมผัสระหว่างกิจกรรมทางเพศ การจูบ การอยู่ใกล้ชิดเป็นเวลานาน และของใช้ที่สัมผัสตุ่มหรือสารคัดหลั่ง เช่น ผ้าปูที่นอนหรือผ้าเช็ดตัว

ผู้ตั้งครรภ์สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ทารกได้ การติดเชื้อไม่ได้จำกัดอยู่ที่เพศหรืออัตลักษณ์ใด และไม่ควรใช้โรคนี้ตีตราชุมชนหรือพฤติกรรมของบุคคล

อาการของโรค mpox เป็นอย่างไร

  • ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย หรือหนาวสั่น
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • ผื่น ตุ่มนูน ตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง หรือแผลที่อาจเจ็บมาก
  • แผลในปาก เจ็บคอ หรือกลืนลำบาก
  • แผลบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก ปวดทวาร หรือถ่ายลำบาก
  • ตาแดง ปวดตา หรือมองเห็นเปลี่ยนไป

อาการอาจคล้ายเริม ซิฟิลิส อีสุกอีใส หูดข้าวสุก หรือการติดเชื้อผิวหนังอื่น จึงไม่ควรวินิจฉัยจากรูปหรือซื้อยามาลองเอง

สงสัย mpox ควรทำอย่างไร

  1. ติดต่อสถานพยาบาลล่วงหน้าและบอกว่ามีผื่นหรือตุ่มที่สงสัย เพื่อรับคำแนะนำก่อนเดินทาง
  2. ปิดตุ่มด้วยเสื้อผ้าหรือวัสดุสะอาดเมื่อทำได้ และสวมหน้ากากระหว่างเดินทาง
  3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด กิจกรรมทางเพศ และการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  4. ไม่บีบ แกะ เจาะ หรือโกนผ่านตุ่ม
  5. จดวันที่เริ่มอาการ การสัมผัสที่กังวล ยาที่ใช้ และภาวะสุขภาพที่อาจเพิ่มความเสี่ยง

สถานพยาบาลอาจเก็บตัวอย่างจากตุ่มหรือแผลเพื่อยืนยัน และเสนอการตรวจ HIV หรือ STI อื่นตามอาการและประวัติ การตรวจร่วมไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มี mpox จะมี HIV

Quicky

โรค mpox รักษาอย่างไร

คนจำนวนมากดีขึ้นได้ด้วยการดูแลตามอาการ เช่น การควบคุมปวด การดูแลแผล ดื่มน้ำ และพักผ่อน แต่บางคนอาจมีอาการรุนแรงหรือเสี่ยงต่อโรครุนแรงและต้องได้รับการดูแลเฉพาะ

ยาต้านไวรัสบางชนิดที่พัฒนาสำหรับไข้ทรพิษอาจถูกพิจารณาในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ แต่หลักฐานและช่องทางเข้าถึงต่างกันตามประเทศและช่วงเวลา ไม่ใช่ยาที่ควรซื้อหรือร้องขอใช้กับทุกคน และไม่ควรรับรองว่าจะทำให้แผลหายเร็วเสมอไป

ยาปฏิชีวนะไม่รักษาไวรัส mpox แต่อาจใช้เมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนตามการประเมินของแพทย์

ดูแลตุ่มและแผลอย่างไร

  • ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสแผลหรือเปลี่ยนวัสดุปิดแผล
  • รักษาความสะอาดและความแห้ง ไม่ใช้สารกัด น้ำยาฆ่าเชื้อแรง หรือสมุนไพรไม่ทราบส่วนประกอบ
  • ไม่แกะสะเก็ดและไม่บีบตุ่ม เพราะเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อและเกิดแผลเป็น
  • แยกผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า และผ้าปูที่นอน ไม่สะบัดผ้าที่ใช้แล้ว
  • ทำตามคำแนะนำเรื่องการแยกตัวจนกว่าตุ่มหาย ผิวใหม่ปกคลุม และหน่วยบริการยืนยันว่าปลอดภัย

หากปวดมาก โดยเฉพาะแผลที่ปาก อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก ให้ขอความช่วยเหลือเร็ว ไม่ควรรอจนกินอาหาร ดื่มน้ำ ปัสสาวะ หรือขับถ่ายไม่ได้

ใครเสี่ยงมีอาการรุนแรง

ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นในผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้มี HIV ระยะก้าวหน้าหรือยังควบคุมเชื้อไม่ได้ ผู้ตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ที่มีแผลกว้างหรืออยู่บริเวณสำคัญ เช่น ตา ปาก หรืออวัยวะเพศ

ผู้มี HIV ที่ใช้ยาต้านต่อเนื่องและควบคุม Viral Load ได้ ไม่ได้มีความเสี่ยงรุนแรงสูงกว่าคนทั่วไปเสมอไป จึงไม่ควรเหมารวมจากสถานะ HIV เพียงอย่างเดียว

Quicky

อาการแบบไหนควรไปโรงพยาบาลด่วน

  • หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก สับสน หรืออ่อนแรง
  • ปวดตา ตาแดง แพ้แสง หรือมองเห็นเปลี่ยน
  • ปวดมากจนกิน ดื่ม ปัสสาวะ หรือขับถ่ายไม่ได้
  • แผลแดงร้อนลาม มีหนอง มีกลิ่น หรือมีไข้สูงต่อเนื่อง
  • ตุ่มเพิ่มเร็ว แผลกว้าง หรืออาการทรุดลง
  • ตั้งครรภ์ เด็กเล็ก หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำและเริ่มมีอาการ

ป้องกันโรค mpox ได้อย่างไร

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผื่น ตุ่ม สะเก็ด และของใช้ของผู้ป่วย
  • พูดคุยกับคู่เรื่องอาการหรือผื่นใหม่ก่อนสัมผัสใกล้ชิด
  • ลดจำนวนคู่หรือกิจกรรมสัมผัสใกล้ชิดชั่วคราวเมื่อมีการระบาดหรือมีอาการ
  • สอบถามวัคซีนหากอยู่ในกลุ่มที่หน่วยงานสาธารณสุขแนะนำหรือหลังสัมผัสเสี่ยง
  • ทำความสะอาดของใช้และพื้นผิวตามคำแนะนำ โดยสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

ถุงยางช่วยลดการสัมผัสบางส่วนแต่ไม่ป้องกันทั้งหมด เพราะตุ่มอาจอยู่นอกบริเวณที่ปกคลุม อ่านต่อเรื่อง การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และ การรักษา HIV และภูมิคุ้มกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรค mpox

มีตุ่มเดียวเป็น mpox ได้ไหม

ได้ บางคนมีตุ่มไม่มากหรืออยู่เฉพาะบริเวณเดียว แต่ตุ่มเดียวก็เกิดจากโรคอื่นได้ จึงควรให้ผู้ให้บริการประเมิน

ยาปฏิชีวนะช่วยรักษา mpox ไหม

ไม่รักษาไวรัส mpox ยาปฏิชีวนะใช้เฉพาะเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมตามที่แพทย์ประเมิน

เป็น HIV แล้ว mpox จะรุนแรงทุกคนไหม

ไม่ใช่ ผู้ที่ควบคุม HIV ได้ดีไม่ได้เสี่ยงรุนแรงมากกว่าคนทั่วไปเสมอไป ความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำมากหรือ HIV ยังไม่ได้รับการดูแล

หายแล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ทันทีไหม

ควรรอให้ตุ่มหาย สะเก็ดหลุด มีผิวใหม่ปกคลุม และทำตามคำแนะนำของหน่วยบริการ เพราะข้อแนะนำอาจปรับตามข้อมูลการระบาดและสถานการณ์ของแต่ละคน

Quicky

สรุปโรค mpox

mpox อาจมีตุ่มไม่กี่ตุ่มและคล้ายโรคอื่น หากสงสัยให้ติดต่อสถานพยาบาล ปิดตุ่ม หลีกเลี่ยงการสัมผัส และไม่แกะหรือซื้อยารักษาเอง คนส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยการดูแลตามอาการ แต่ผู้มีอาการรุนแรงหรือภูมิคุ้มกันต่ำควรได้รับการประเมินเร็ว

แหล่งอ้างอิง