เมื่อพูดถึงการติดเชื้อเอชไอวี หลายคนมักนึกถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง การใช้เข็มร่วมกัน คือหนึ่งในพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมาก และเป็นสาเหตุสำคัญของการแพร่เชื้อเอชไอวีในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
สิ่งที่น่ากังวลคือ พฤติกรรมนี้มักถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริง การใช้เข็มร่วมกันสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเสพติด การฉีดยาเองโดยขาดความรู้ หรือการใช้เครื่องมือที่ไม่สะอาด

เอชไอวีคืออะไร? และติดต่อได้อย่างไร?
เอชไอวี (HIV – Human Immunodeficiency Virus) คือ เชื้อไวรัสที่โจมตีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และหากไม่ได้รับการรักษา อาจพัฒนาไปสู่ภาวะเอดส์ในระยะยาว โดยมีช่องทางการติดต่อของเอชไอวีที่พบได้บ่อย ได้แก่
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- การใช้เข็ม หรืออุปกรณ์ที่มีเลือดปนเปื้อนร่วมกัน
- การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก
- การรับเลือดหรือผลิตภัณฑ์เลือดที่ไม่ได้มาตรฐาน
ในบรรดาช่องทางเหล่านี้ การใช้เข็มร่วมกันถือเป็นหนึ่งในช่องทางที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะเป็นการนำเลือดของผู้อื่นเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง
การใช้เข็มร่วมกัน คืออะไร?
การใช้เข็มร่วมกัน คือ พฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเลือดอื่น ๆ โดยหมายถึงการนำเข็มฉีดยา กระบอกฉีดยา หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการฉีดมาใช้ร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เข็มเดียวกันโดยตรง หรือการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง แม้อุปกรณ์เหล่านั้นจะดูสะอาด และไม่เห็นคราบเลือดก็ตาม
ความเสี่ยงเกิดขึ้นเพราะระหว่างการฉีด เลือดของผู้ใช้คนแรกสามารถค้างอยู่ภายในเข็มหรือกระบอกฉีดยาในปริมาณที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เชื้อเอชไอวีซึ่งอยู่ในเลือดสามารถคงอยู่ในอุปกรณ์เหล่านี้ได้ และเมื่อมีการนำไปใช้กับผู้อื่น เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดของผู้ใช้คนถัดไปโดยตรง ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ทันที นอกจากนี้ อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ภาชนะผสมยา น้ำสำหรับผสม หรืออุปกรณ์ช่วยฉีด หากมีการปนเปื้อนเลือด ก็สามารถเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ การใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกันจึงถือเป็นหนึ่งในเส้นทางการแพร่เชื้อเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพสูง และอันตรายมาก การป้องกันที่สำคัญคือการหลีกเลี่ยงการใช้เข็มหรืออุปกรณ์ใด ๆ ร่วมกับผู้อื่น และตระหนักว่าความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมองเห็นเลือด แต่ขึ้นอยู่กับการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ แม้ในกรณีที่ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติก็ตาม
ทำไมการใช้เข็มร่วมกันจึงเสี่ยงเอชไอวีสูงมาก?
- เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง การฉีดยาเป็นการเจาะผ่านผิวหนังเข้าสู่หลอดเลือด ซึ่งทำให้เชื้อเอชไอวีที่ปนเปื้อนอยู่ในเข็มสามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านด่านป้องกันใด ๆ
- เลือดปริมาณเล็กน้อยก็เพียงพอ เชื้อเอชไอวีไม่จำเป็นต้องมีเลือดจำนวนมาก เลือดเพียงเล็กน้อยที่ติดอยู่ในเข็มหรือกระบอกฉีดยาก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้
- มองไม่เห็น ≠ ปลอดภัย หลายคนเข้าใจผิดว่า หากไม่เห็นเลือดติดอยู่ก็ปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง เลือดอาจยังคงอยู่ในระดับที่มองไม่เห็น และยังมีเชื้อไวรัสปะปนอยู่
สถานการณ์การใช้เข็มร่วมกันในสังคมปัจจุบัน
แม้การรณรงค์ด้านสาธารณสุขจะดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แต่การใช้เข็มร่วมกันยังคงเป็นปัญหาที่พบได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เข้าถึงข้อมูล และบริการสุขภาพได้จำกัด โดยปัจจัยที่ทำให้การใช้เข็มร่วมกันยังคงเกิดขึ้น ได้แก่
- การขาดความรู้ความเข้าใจ
- ความกลัวการถูกตีตรา
- การเข้าถึงอุปกรณ์ที่ปลอดภัยไม่เพียงพอ
- ปัญหาทางเศรษฐกิจ และสังคม
กลุ่มที่มีความเสี่ยงจากการใช้เข็มร่วมกัน
แม้ใครก็ตามอาจมีความเสี่ยงได้ แต่กลุ่มที่มักพบพฤติกรรมการใช้เข็มร่วมกัน ได้แก่
- ผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด
- ผู้ที่ฉีดยาด้วยตนเองโดยไม่มีอุปกรณ์ที่สะอาด
- ผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนทรัพยากร
- ผู้ที่ขาดการเข้าถึงบริการสาธารณสุข
การทำความเข้าใจกลุ่มเสี่ยงไม่ใช่เพื่อกล่าวโทษ แต่เพื่อหาวิธีป้องกันและช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

ผลกระทบของการติดเชื้อเอชไอวีจากการใช้เข็มร่วมกัน
การติดเชื้อเอชไอวีจากการใช้เข็มร่วมกันเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องสุขภาพทางกายเท่านั้น แต่ยังลึกซึ้งไปถึงด้านจิตใจ สังคม และอนาคตของผู้ติดเชื้อในหลายมิติ แม้ในปัจจุบันจะมียาต้านไวรัสที่ช่วยควบคุมเชื้อให้ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนทั่วไป แต่การติดเชื้อเอชไอวียังคงเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิต และต้องดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิต
- ผลกระทบด้านสุขภาพร่างกาย เมื่อเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายจากการใช้เข็มร่วมกัน เชื้อจะโจมตีระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง หากไม่ได้รับการวินิจฉัย และรักษาอย่างทันท่วงที ภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ อ่อนแอลง ทำให้ร่างกายติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดอักเสบ หรือการติดเชื้อราบางชนิด ผู้ติดเชื้อจำเป็นต้องกินยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ และต้องติดตามผลเลือดเป็นระยะ ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาว
- ผลกระทบด้านสุขภาพจิต การรู้ว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวีจากการใช้เข็มร่วมกัน อาจนำไปสู่ความเครียด ความกังวล ความรู้สึกผิด หรือการโทษตัวเอง หลายคนกลัวการถูกตีตรา และการถูกปฏิเสธจากสังคม ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือแยกตัวออกจากผู้อื่น การดูแลสุขภาพจิตจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การรักษาทางกาย
- ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แม้ผู้ติดเชื้อจะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหากกินยาสม่ำเสมอ แต่ก็ต้องปรับตัวในหลายด้าน เช่น
- การวางแผนชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับการกินยา
- การเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
- ความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพในระยะยาว
- สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณภาพชีวิตลดลง โดยเฉพาะหากขาดการสนับสนุนจากคนรอบข้าง
- ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว และสังคม การติดเชื้อเอชไอวีอาจทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเปลี่ยนไป บางคนไม่กล้าบอกความจริงกับคนใกล้ชิดเพราะกลัวการไม่เข้าใจหรือการถูกตำหนิ ในบางกรณีอาจเกิดความตึงเครียด ความไม่ไว้วางใจ หรือการตีตราทางสังคม ซึ่งส่งผลต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของผู้ติดเชื้อ
- ผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษา และการทำงาน ผู้ติดเชื้อบางรายอาจเผชิญกับอุปสรรคในการเรียนหรือการทำงาน เช่น การลางานเพื่อรักษา ความกลัวการเปิดเผยสถานะสุขภาพ หรือการถูกเลือกปฏิบัติจากคนรอบข้าง แม้กฎหมาย และความรู้ทางสังคมจะพัฒนาขึ้น แต่ทัศนคติเชิงลบยังคงมีอยู่ในบางพื้นที่
แม้ในปัจจุบันเอชไอวีจะไม่ใช่โรคร้ายที่ไร้ทางรักษา และสามารถควบคุมให้ผู้ติดเชื้อมีชีวิตยืนยาว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ แต่การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ โดยเฉพาะการไม่ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะช่วยปกป้องทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ และอนาคตของชีวิตในระยะยาวอย่างแท้จริง
การป้องกัน และวิธีลดความเสี่ยงจากการใช้เข็มร่วมกัน
การใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกับผู้อื่นเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการแพร่เชื้อเอชไอวี และโรคติดเชื้อทางเลือดอื่น ๆ การป้องกัน และลดความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยสามารถอธิบายได้ดังนี้
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกับผู้อื่นโดยเด็ดขาด เพราะแม้จะไม่เห็นคราบเลือดด้วยตาเปล่า แต่เชื้อเอชไอวีก็ยังสามารถหลงเหลืออยู่ในเข็มหรือกระบอกฉีดยาได้ และเข้าสู่ร่างกายของผู้อื่นทันทีเมื่อมีการใช้งานซ้ำ
แนวทางในการลดความเสี่ยงที่ควรตระหนัก ได้แก่
- ใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ฉีดยาที่ผ่านการฆ่าเชื้อ และเป็นของใช้เฉพาะบุคคลเท่านั้น
- ไม่ใช้เข็ม กระบอกฉีดยา อุปกรณ์ผสมยา หรืออุปกรณ์ใด ๆ ร่วมกับผู้อื่น แม้จะเป็นคนใกล้ชิดหรือคนในกลุ่มเดียวกัน
- หากจำเป็นต้องได้รับการฉีดยา ควรรับบริการจากสถานพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์สะอาด และปลอดภัย
- เข้ารับการตรวจเอชไอวี และโรคติดต่อทางเลือดอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีพฤติกรรมเสี่ยงในอดีต
- เข้าถึงความรู้ด้านสุขภาพ และการป้องกันโรค เพื่อเข้าใจความเสี่ยง และผลกระทบระยะยาวของการติดเชื้อ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม
แม้ปัจจุบันเอชไอวีจะสามารถรักษา และควบคุมได้ด้วยยา แต่การไม่ให้เกิดการติดเชื้อตั้งแต่แรกยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด การหลีกเลี่ยงการใช้เข็มร่วมกันและใส่ใจความปลอดภัยของตนเองจึงเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
การใช้เข็มร่วมกันเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอชไอวีมากกว่าที่หลายคนตระหนัก การเข้าใจอันตรายอย่างถูกต้องจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการป้องกัน เพราะเมื่อเรามีความรู้ที่เพียงพอ เราจะไม่ประมาทกับความเสี่ยงรอบตัว สามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้น และมีส่วนช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม เอชไอวีไม่ใช่เรื่องไกลตัวของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคน และการป้องกันที่ดีที่สุดเริ่มต้นได้จากความรู้ที่ถูกต้อง และความเข้าใจที่ไม่คลาดเคลื่อนของคนในสังคมทุกคน
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization (WHO). HIV/AIDS: Key facts on transmission, prevention, and harm reduction. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/health-topics/hiv-aids
- UNAIDS. Injecting drug use and HIV: Risks, prevention, and global responses. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.unaids.org/en/topic/injecting-drug-use
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). HIV Transmission: Injection Drug Use and Shared Needles. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/hiv/basics/transmission.html
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ความรู้เรื่องเอชไอวี/เอดส์ การติดต่อผ่านเลือด และการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
- กระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย. สถานการณ์เอชไอวีและแนวทางลดพฤติกรรมเสี่ยงในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.moph.go.th


















